DFSได้รับการกำกับดูแล
สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CEX)

สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CEX)
สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)
สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)
สิงคโปร์ ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CEX)
ลักเซมเบิร์ก ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใบอนุญาตรับฝากสินทรัพย์คริปโต (VASP-CUST)
สหราชอาณาจักร ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP)
ริปเปิ้ลคืออะไร?
ริปเปิ้ลเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนและการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่การชำระเงินข้ามพรมแดนที่ขับเคลื่อนด้วยสเตเบิลคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชน
ธุรกิจหลัก
แพลตฟอร์มมอบความสามารถด้านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ โทเค็นไนเซชัน และการดูแลสำหรับสถาบัน สามารถโอนเงินทั่วโลกได้ทันทีระหว่างสเตเบิลคอยน์ สกุลเงินดิจิทัล และสกุลเงินท้องถิ่น ช่วยให้สถาบันการเงินยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
แน่นอนว่าถ้าถามถึงข่าวฮ็อต Talk of the town ในโลกคริปโตช่วงนี้ก็คงจะไม่ใช่อะไรนอกจากกรณีของ ‘ข่าว Zipmex’ เว็บเทรดคริปโตลูกครึ่ง ไทย-สิงคโปร์ ที่พบกับ ‘ปัญหาสภาพคล่อง’ จนไม่สามารถนำเงินที่ลูกค้าฝากไว้ในฟีเจอร์ ZipUp+ ออกมาคืนได้!? CryptoSiam จึงรวบรวมข้อมูลมาสรุปให้ฟังกับแบบง่ายๆ เรียงตาม Timeline เหตุการณ์ ว่าตั้งแต่ 22 กรกฎาฯ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์อะไร ความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นบ้าง Table of Contents แค่คนที่ใช้ Z Wallet เท่านั้น! ที่ได้รับผลกระทบ พักชำระหนี้ (moratorium) คืออะไร? 20 กรกฎาคม – Zipmex ประกาศ ‘ยุติถอนเงิน’ อย่างไม่มีกำหนด 22 กรกฎาคม – ขอยืดพักชำระหนี้ จาก 1 เดือน เป็น 6 เดือน 25 กรกฎาคม – ก.ล.ต. เปิดฟอร์มร้องทุกข์ – ประสาน DSI ตรวจสอบ 28 กรกฎาคม – ก.ล.ต. สั่งแจงเหตุ ‘ขอพักชำระหนี้’ ให้ชัดเจน! 29 กรกฎาคม – ถึงวันศาลไต่สวน, ผู้เสียหายนัดรวมตัวหน้า ก.ล.ต. 1 กรกฎาคม – เปิดข่าว Zipmex เผยรายชื่อผู้อยู่เบื้องมีแต่ตัวบิ๊ก! 2, 4, 9 สิงหาคม – คืน 3 เหรียญแรก ADA, XRP, SOL 11 สิงหาคม – คืน BTC, ETH บางส่วน เฉลี่ยคนละ 9 พันบาท!? 15 สิงหาคม – ศาลชี้ขาด! ขยายพักชำระหนี้ให้ ‘3 เดือน’ วิกฤตยังไม่จบ… ปักหมุดไว้เลย เดี๋ยวมีมาต่อ! ก่อนจะไปดูไทม์ไลน์กัน ก็คงต้องปูพื้นฐานทำความเข้าใจกับคีย์เวิร์ด กับสถานการณ์คร่าวๆ กันก่อน แค่คนที่ใช้ Z Wallet เท่านั้น! ที่ได้รับผลกระทบ อย่าเข้าใจผิด! คนที่ได้รับผลกระทบ (โดยตรง) คือผู้ที่ใช้ Z Wallet เท่านั้นที่ไม่สามารถนำเงินออกมาจากกระเป๋าได้ แต่สำหรับผู้ที่เทรดไปๆ มาๆ ทั่วไป ใช้แค่ Trade Wallet ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร ยังใช้งานได้ตามปกติ ระบบเทรดก็ยังใช้ได้ปกติเช่นกัน พักชำระหนี้ (moratorium) คืออะไร? จริงๆ ก็ตามชื่อของมันเลย มันก็คือการ ‘พักชำระหนี้’ นั่นแหละ โดยจะถูกใช้สำหรับบริษัทที่อยู่ในสถานะ ‘ลูกหนี้’ แล้วต้องชดใช้หนี้แต่ยังไม่มีเงินที่จะนำมาชดใช้ กฎหมายจึงออกข้อกำหนดมาใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกหนี้ในการมห้เวลากลับไปหาเงินมาก่อน หลักๆ เลยคือทำให้ ‘ลูกหนี้’ ที่อยู่ในระยะเวลา Moratorium ‘ไม่สามารถถูกกระทำการทางกฎหมายได้’ จนกว่าระยะเวลาจะสิ้นสุดลง เพื่อให้เวลากับบริษัทที่เป็นลูกหนี้เหล่านั้นสามารถหาทางแก้ปัญหาทางการเงินได้ โดย Moratorium จะถูกมอบให้ลูกหนี้ตามกฎหมาย, โดยภาครัฐ, หน่วยงานต่างๆ หรือจากการร้องขอจากตัวลูกหนี้เอง เอาละ มาเริ่ม Timeline กันเลย! 20 กรกฎาคม – Zipmex ประกาศ ‘ยุติถอนเงิน’ อย่างไม่มีกำหนด 20 กรกฎาคม หายนะเกิดขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด หลังจากที่ Zipmex ประกาศ ‘ยุติการถอนเงิน’ อย่างไม่มีกำหนด สร้างความโกลาหลให้กับตลาดคริปโตทั่วเอเชียอาคเนย์จนเกิดคำถามที่ว่า เงินฝากไว้กับ Exchange แม้ได้รับการรับลองจาก ก.ล.ต. แล้วก็ตาม แต่มันจะปลอดภัยจริงหรือ? “ประกาศระงับการเพิกถอนเงินบาท และคริปโทฯ เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆ รวมถึง ความผันผวนของตลาด เหตุการณ์ Black Swan ในอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลัก อันอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เพื่อรักษาเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม บริษัทฯ จะระงับการถอนทุกกรณีชั่วคราวจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม บริษัทขออภัยและขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจและความอดทนของท่านในระหว่างนี้” Zipmex ประกาศ อ่านต่อ ด่วน! Zipmex ประกาศ ‘ยุติการถอนเงิน’ อย่างไม่มีกำหนด! ในวันเดียวกัน ‘เอกลาภ ยิ้มวิไล’ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Zipmex ประเทศไทยออกมาแถลงการอย่างไม่เป็นทางการ ระบุว่าสาเหตุสืบเนื่องจากล่มสลายของ Celsius และ Babel สองแพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโตที่ Zipmex เข้าไปลงทุน และอาจจบลงด้วยการ
แม้จะมีการดำเนินคดีกันอย่างต่อเนื่องระหว่าง Ripple ( XRP) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) แต่ XRP ก็ยังคงเห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เมื่อเร็ว ๆ นี้ Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ได้มีการโพสต์เล่าเรื่องราวบน Twitter เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทในช่วงตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา “วันนี้เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว @SECgov ได้ยื่นฟ้อง @Ripple, Chrislarsen และผมถูกกล่าวหาว่า XRP ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่มีการซื้อขายในตลาดตั้งแต่ปี 2013 ควรมีการจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์” Garlinghouse ยังคงเน้นย้ำถึงสิ่งที่เขาพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ มีความต้องการที่จะบ่อนทำลาย Crypto และไม่ใช่เพียงแค่กับบริษัท Ripple เท่านั้น ปี 2021 เป็นปีที่ดีที่สุดของ XRP แม้จะมีการต่อสู้คดีทางกฎหมายที่ยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน แต่ Garlinghouse กล่าวเสริมว่าปี 2021 นั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นปีแห่งการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตอย่างแท้จริง Garlinghouse กล่าวว่า ในปีนี้ XRP และ RippleNet ได้เห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพคล่องตามความต้องการ (ODL) ที่สามารถเข้าถึงได้ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่า ธุรกรรมบน RippleNet ได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว นับตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สามของปี 2020, ธุรกรรม ODL เพิ่มขึ้น 130% ในทุกไตรมาส และธุรกรรม ODL ยังคิดเป็น 25% ของปริมาณเงินดอลลาร์ทั้งหมดทั่วทั้งเครือข่ายในช่วงไตรมาสที่สาม สุดท้ายนี้แม้ว่ากระแส ODL ของ XRP ในสหรัฐฯ ซบเซาลง เนื่องจากความคลุมเครือในด้านกฎระเบียบ แต่ปริมาณ ODL ในทั่วโลกยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 25 เท่า นับตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว

นักเทรดคริปโตมือใหม่ที่ติดตามข่าวสารในวงการคงจะเคยเห็นกันผ่านๆ แล้ว เกี่ยวกับข่าวคดีของเหรียญ ‘XRP’ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆ คน คงจะจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมไม่ว่าจะมองไปที่เพจไหน ‘XRP’ ก็มักจะถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับเหรียญที่น่าลงทุนที่สุดอยู่ดี? แม้ว่ามันจะมีคดีติดอยู่.. ว่าแต่มันคือเหรียญอะไรกันแน่? บทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน ‘XRP’ เป็นเหรียญคริปโตสุดฮิต ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทที่มีชื่อเรียกว่า ‘Ripple’ โดยมี Jed McCaleb, Ryan Fugger และ Chris Larsen เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ทั้งนี้ ‘XRP’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ลดปัญหาตัวกลางในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรมและลดปัญหาค่าธรรมเนียมที่สูง นอกจากนี้ ‘XRP’ ยังเป็นเหรียญที่มีความ Centralized สูง ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถขุดมันขึ้นมาเองได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเหรียญที่มีประสิทธิภาพในเรื่องของความรวดเร็ว และค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าเหรียญเจ้าอื่นๆ ประกอบกับการมีอยู่อย่างจำกัดเพียง 1 แสนล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่ง 80% ของจำนวนเหรียญทั้งหมดอยู่ในกำมือของ ‘Ripple’ ที่จะทยอยปล่อยออกมา เพื่อรักษาสมดุลของตลาด ส่งผลให้มันเป็นเหรียญที่ครองใจนักลงทุนได้มาอย่างยาวนานนั่นเอง ต่อมาในเรื่องของคดีที่มือใหม่ต่างจับต้นชนปลายไม่ถูก เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ ‘Ripple’ ถูก ก.ล.ต. สหรัฐ หรือ ‘SEC’ ฟ้องดำเนินคดี โดย ‘SEC’ กล่าวว่า ‘XRP’ เป็นในลักษณะของหลักทรัพย์หรือหุ้น ที่ไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังได้ฟ้องผู้บริหารคนปัจจุบันอีกสองคนของ ‘Ripple’ ในข้อหาขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย โดยมีสาเหตุมาจากที่ ‘SEC’ มองว่า ‘XRP’ เป็นหลักทรัพย์ เนื่องจากเหรียญคริปโตส่วนใหญ่นั้นสามารถหามาได้ด้วยการขุด แต่ ‘XRP’ นั้นไม่ใช่ แถม ‘Ripple’ ยังถือเหรียญอยู่ในกำมือกว่า 80% และได้มีการขายเหรียญดังกล่าวออกสู่ท้องตลาด โดยมีเงินกำไรเข้าสู่บริษัท ซึ่งทาง ‘SEC’ วิเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยการขายหลักทรัพย์ที่ว่า “การขายเหรียญดิจิทัล ถือเป็นการขายหลักทรัพย์” และจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเสียก่อนซึ่ง ‘Ripple’ นั้นไม่ได้ทำจุดนี้ ทำให้เกิดการฟ้องร้องขึ้นนั้นเอง ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ทาง ‘SEC’ กลับโดนศาลปฏิเสธการขอเข้าถึงเอกสารภายในของ ‘Ripple’ โดยทางฝั่งของ ‘Ripple’ นั้นกลับชนะในเรื่องของข้อเรียกร้องที่สามารถเข้าถึงเอกสารของ ‘SEC’ ในคริปโตตัวอื่นๆได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทาง ‘SEC’ ได้กล่าวว่า‘Bitcoin’ และ ‘Ether’ ไม่ใช่หลักทรัพย์ ทำให้ทาง ‘Ripple’ นั้นแย้งกลับไปว่า ‘XRP’ เช่นกันนั่นเอง พร้อมทั้งบอกว่า มีเพียงแค่ประเทศสหรัฐเท่านั้นที่มองว่า ‘XRP’ เป็นหลักทรัพย์ ทั้งๆที่ประเทศอื่นๆ ก็มีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง ‘XRP’ ตามปกติ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าการชนะของ ‘Ripple’ ในครั้งนี้จะยังไม่ใช่บทสรุป แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ให้กับผู้ที่ถือครองเหรียญ ‘XRP’ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากราคาของมันนั้นค่อยๆ ดีดตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาต่อมา มาดูรีวิวเหรียญ ‘XRP’ จากแอป ‘Wikibit’ กันหน่อยว่าของเขาดีจริงหรือเปล่า? โดยเหรียญ ‘XRP’ นั้นติดอยู่อันดับที่ 8 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.73/10 คะแนน และมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 1.4491 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว แถมในชุดข้อมูลก็ได้มีการอัปเดตเอกสาร ‘Whitepaper’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าของเขาดีสมราคาคุยจริงๆ ส่วนใครที่กำลังสนใจเหรียญตัวนี้ หรือเหรียญอื่นๆ คุณสามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลของ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ด้วยตัวเองแบบนี้ได้ที่ ‘Wikibit’ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!! คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!! ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่…. App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!) Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST
