NMLSได้รับการกำกับดูแล
สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)


สหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)
ไอร์แลนด์ ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CEX)
ไอร์แลนด์ ใบอนุญาตการซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CASP-STP)
อาร์เจนตินา ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP)
เบอร์มิวดา ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP)
เบอร์มิวดา ใบอนุญาตกระเป๋าเงินสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-WAL)
หมู่เกาะเวอร์จิน ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์คริปโต (CEX)
หมู่เกาะเวอร์จิน ใบอนุญาตการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP-MTL)
สหราชอาณาจักร ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP)
ออสเตรเลีย ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP)
แคนาดา การจดทะเบียนการแลกเปลี่ยนคริปโทแอสเซท (MSB)
ค่าธรรมเนียมการซื้อขายของฮายเยาว์สูงมากจริงๆ ทำให้ฉันไม่สามารถยอมรับได้! นอกจากนี้บริการลูกค้าของพวกเขาก็ช้าและไม่เป็นประโยชน์อีกด้วย ทำให้ผิดหวังมากๆ!
โดยไม่รู้สึกถึงการสนับสนุนลูกค้า, โบรกเกอร์ 海妖 ทิ้งคุณไว้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเมื่อคุณเผชิญกับปัญหาใด ๆ ความปลอดภัย? ชัดเจนเพียงแค่นิยมที่นี่เท่านั้น!
ศูนย์ซื้อขายที่มีปริมาณการซื้อขาย 24H มากกว่า --
| สกุลเงิน/ชื่อ | การซื้อขาย | ราคาต่อหน่วย | ช่วงความผันผวนของตลาด | ปริมาณธุรกรรม 24 ชม | ความลึกของตลาด +2%/-2% | สภาพคล่อง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| USDC/USDT | $0.99999535 | 0.00% | $24,492,387.88 | $2.73M/$2.53M | 718 | |
| XBT/USDT | $79,036.82 | 2.18% | $7,323,899.74 | $1.90M/$2.89M | 724 | |
| ETH/USDT | $2,481.05 | 1.42% | $4,077,387.82 | $1.80M/$2.24M | 741 | |
| SOL/USDT | $96.03 | 0.84% | $3,180,338.98 | $1.15M/$877.91K | 658 | |
| XRP/USDT | $1.48 | 1.91% | $2,729,243.16 | $1.37M/$1.30M | 682 | |
| XMR/USDT | $436.51 | 2.50% | $1,285,976.13 | $221.39K/$475.96K | 576 | |
| ADA/USDT | $0.22035254 | 2.15% | $1,197,788.63 | $400.06K/$336.15K | 626 | |
| XDG/USDT | $0.08944064 | 4.03% | $737,555.04 | $699.69K/$765.36K | 616 | |
| LINK/USDT | $11.55 | 0.58% | $388,503.57 | $172.98K/$256.43K | 579 | |
| RLUSD/USDT | $1.00 | 0.01% | $379,583.29 | $446.36K/$296.14K | 670 |
Kraken คืออะไร?
Kraken คือตัวกลางการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกาที่ผู้ใช้สามารถซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ต่างๆ ได้โดยมีค่าคอมมิชชั่นที่ค่อนข้างต่ำ ลูกค้ายังสามารถได้รับรางวัลเป็นเหรียญจาก staking ได้ด้วย ตัวกลางการแลกเปลี่ยนมีปริมาณเงินยูโรและสภาพคล่องในระดับชั้นนำและอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อขายสินทรัพย์คริปโตได้มากกว่า 100 รายการและสกุลเงิน fiat อีก 7 สกุล รวมถึง USD, CAD, EUR, GBP, JPY, CHF และ AUD ในขณะเดินทางได้ด้วยแพลตฟอร์มเว็บและแอพบนมือถือ
มันถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เป็นหนึ่งในตัวกลางการแลกเปลี่ยนคริปโตสองสามแห่งแรก ๆ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ซื้อขายล่วงหน้า อนุพันธ์ และผลิตภัณฑ์ประเภทดัชนี วันนี้บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการมากมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: การซื้อขายสปอต, การซื้อขายมาร์จิ้น, ฟิวเจอร์ส, ดัชนี, stakings, OTC และ non-fungible token (NFT) ใหม่ๆ การแลกเปลี่ยนให้บริการผู้ค้าและลูกค้าสถาบันกว่า 8 ล้านราย และได้รับการสนับสนุนจาก Digital Currency Group, Blockchain Capital, Tribe Capital, Hummingbird Ventures และอื่นๆ อีกมากมาย
ใครคือผู้ก่อตั้ง Kraken?
ตัวกลางการแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์นี้เป็นเจ้าของโดยบริษัท Payward Inc. ซึ่งก่อตั้งโดย CEO ผู้บุกเบิกคริปโตอย่าง Jesse Powell
Powell ทำงาในด้านสกุลเงินดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2001 เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียในด้านศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาปรัชญา จากนั้นได้ก่อตั้ง Verge Gallery and Studio Project สร้าง Internet Ventures & Holdings ขึ้น
Kraken เริ่มเปิดตัวเมื่อไหร่?
Kraken ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 และเปิดตัวในเดือนกันยายน 2013 โดยให้บริการซื้อขาย Bitcoin, Litecoin และสกุลเงินยูโรในขั้นต้น
Kraken มีที่ตั้งอยู่ที่ไหน?
บริษัทตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศที่ถูกจำกัดโดย Kraken
Kraken พร้อมให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาทุกคน ยกเว้นผู้ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กและวอชิงตัน อย่างไรก็ตาม Kraken Futures นั้นไม่สามารถใช้ได้กับผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาทุกคน ปัจจุบัน แพลตฟอร์มนี้ให้บริการลูกค้าหลายล้านรายในประมาณ 200 ประเทศ
บริษัทมีข้อจำกัดหลายประการสำหรับประเทศต่อไปนี้: อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก-บราซซาวิลล์ เอริเทรีย คองโก-กินชาซา กินี-บิสเซา คิวบา เลบานอน อิหร่าน มาลี อิรัก นามิเบีย ลิเบีย โซมาเลีย เกาหลีเหนือ ใต้ ซูดาน ซีเรีย ซูดาน ทาจิกิสถาน และเยเมน
Kraken รองรับเหรียญใดบ้าง?
มันรองรับเหรียญมากกว่า 120 เหรียญบนแพลตฟอร์ม รวมถึง BTC, ETH, LTC, XRP, ETC, ZEC, USDT และอื่นๆ
Kraken มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่เท่าไหร่?
ค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Instant Buy, Kraken Pro, Stablecoins, Margin, Futures และ NFT สำหรับบริการแบบซื้อทันทีในขั้นพื้นฐาน บริษัทจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.9% สำหรับ stablecoin และ 1.5% สำหรับสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากวิธีการชำระเงินแบบต่าง ๆ สำหรับ Kraken Pro จะใช้รูปแบบค่าธรรมเนียม maker-taker โดยที่ค่าธรรมเนียมของผู้ผลิตจะอยู่ในช่วง 0.00% ถึง 0.16% และค่าธรรมเนียมผู้รับช่วงตั้งแต่ 0.10% ถึง 0.26% ขึ้นอยู่กับความถี่ที่ผู้ใช้ทำการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา 30 วัน
เป็นไปได้ไหมที่จะใช้เลเวอเรจหรือมาร์จิ้นในการเทรดบน Kraken?
สำหรับผู้ใช้ขั้นสูง Kraken Pro จะนำเสนอคุณสมบัติมาร์จิ้นและฟิวเจอร์ส แพลตฟอร์มนี้มีเลเวอเรจสูงถึง 5 เท่า ระดับเลเวอเรจสูงสุดขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงิน
1. DeFi จะยังคงเติบโตต่อไป เราได้เห็นการเติบโตของการเงินแบบกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่องในปี 2020 และ 2021 จากมูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบนิเวศ DeFi (Total Value Locked) เพียง 10 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2020 ขณะนี้มีมูลค่าสูงถึง 100 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว เมื่อพิจารณาจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี และการขยายธุรกิจ DeFi ทั่วทุกแห่งหน เราคาดว่าจำนวนมากขึ้นจะไหลเข้าสู่พื้นที่นี้ต่อไป มีหลายโปรเจ็กต์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เช่น Polygon, Solana, Internet Computer และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ในอาณาจักร DeFi นอกจากนี้ การอัปเกรด Ethereum 2.0 ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในปีหน้า อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงแห่งอุตสาหกรรม DeFi อย่างมหาศาล แต่ไม่ว่า Eth 2.0 จะสามารถแก้ไขปัญหาคอขวด โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่สูง ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานได้หรือไม่ เรายังคงมีมุมมองในแง่ดีว่า ผู้คนจำนวนมากขึ้นจะตระหนักถึงศักยภาพของ DeFi และเมื่อบริการต่างๆ ถูกรวมเข้ากับ metaverse ที่เพิ่มขึ้น เราคาดหวังว่าพื้นที่นี้จะเติบโตต่อไปอย่างน้อยอีกปีหนึ่ง และอาจจะปีต่อไป 2. บริษัทคริปโตจะจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น ในปี 2021 นี้ เราได้เห็น Coinbase (NASDAQ:COIN) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนเมษายน แม้ว่าการซื้อขายจะออกมาหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าซื้อที่จุดไหน จากนั้นในเดือนตุลาคม Bakkt ก็ทำแบบเดียวกัน สิ่งนี้ทำให้เราคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากที่ในปี 2022 เราจะเห็นบริษัทอื่นๆ ดำเนินการตามรอยบริษัทเหล่านี้ บริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่ เช่น Kraken, BlockFi และ Gemini ตอนนี้ เราไม่อาจพูดได้อย่างเจาะจงว่าจะเปิดตัว IPO ในปี 2022 หรือไม่ แต่จากปัจจัยต่าง ๆ เราคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีอีกหลายๆ บริษัทเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่เราเพิ่งพูดถึง หรือข่าวเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งเราคงต้องรอดูกันต่อไป 3. บริษัทต่างๆจะรับชำระเงินด้วยคริปโตมากขึ้น นอกจากบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้นแล้ว บริษัทต่าง ๆ ก็คาดว่าจะรับชำระเงินด้วยคริปโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน ในปี 2021 เราได้เห็นข่าวดีมากมาย ตัวอย่างเช่น Regal Cinemas ที่เพิ่งประกาศว่า พวกเขากำลังร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Flexa เพื่อชำระค่าตั๋วภาพยนตร์และของว่างในสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ Newegg บริษัทค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่าพวกเขาจะรับการชำระเงินใน Shiba Inu (SHIB) ผ่านการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ BitPay อีกด้วย ที่สำคัญคือ เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินอย่าง VISA และ Mastercard ก็เริ่มปรับตัวและยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีด้วย โดยทาง Mastercard ได้ร่วมมือกับ Bakkt เพื่อเสนอกระเป๋าเงินดิจิตอลคริปโต รวมถึงบัตรเครดิตและบัตรเดบิตคริปโตให้กับลูกค้า ซึ่งหมายความว่าผู้ค้าปลีกอาจเริ่มยอมรับในสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้นด้วย 4. หลายประเทศจะตระหนักถึงตลาดคริปโตมากขึ้นและสร้างเหรียญของตัวเอง หนึ่งในข่าวใหญ่ที่สุดของปี 2021 คือการที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ยอมรับบิทคอยน์ (BTC) ให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย แม้เราจะไม่สามารถบอกได้ว่าประเทศอื่น ๆ จะให้การยอมรับตามเอลซัลวาดอร์หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจชนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ได้แสดงท่าทีให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับบิทคอยน์เร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศมุ่งเน้นไปที่สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) แทน ซึ่งข้อมูลจาก CBDC Tracker จะเห็นได้ว่า ประเทศส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการวิจัย และเราคาดว่าจะได้เห็นความคืบหน้าอย่างมากในปี 2022 5 ศิลปะ NFT จะนิยมน้อยลงแต่กรณีการใช้งาน NFT อื่นๆจะร้อนแรง โทเค็น Non-fungible tokens (NFT) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึงขนาดที่ว่า Collins Dictionary จัดอันดับคำว่า NFTs ให้เป็นคำศัพท์แห่งปี 2021 เลยทีเดียว แม้ว่า NFT จะมีมาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้ความนิยมพุ่งขึ้นอย่างมาก และทุกคนจาก Gamestop และ Macys ไปจนถึง Martha Stewart และ Snoop Dogg ก็เข้ามามีส่วนร่วมในโลก NFT นี้ อย่างไรก็ตาม ความนิยมในตลาดของสะสม NFT อาจลดลงเล็กน้อย เนื่องจากคนจำนวนมากเริ่มโฟกัสไปที่การใช้งานที่กว้างขึ้นของ NFT ในการใช้ประโยชน์ทางอื่น ๆ ด้วย NFTs เป็นสิ่งที่อาจปฏิวัติการเล่นเกมออนไลน์ ธุรกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น สิ่งของที่อวาตาร์ของเราถือ หรือสวมใส่ในโลกเสมือนจริง จะเป็นของคุณจริงๆ โดยจะสามารถโอนย้ายข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย และสามารถขายในตลาดรองได้ตามใจคุณ ความจริงข้อนี้เพียงอย่างเดียวก็ถือว่าใหญ่โตสำหรับวงการเล่นเกมแล้ว นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ อีกมากมายเช่นกันที่จะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเช่น การจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบกระจายอำนาจ และ

สายเทรดฟิวเจอร์สช็อคไปยกใหญ่! เมื่อ Binance ได้ประกาศยุติการให้บริการภาษาไทย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ และจะมีผลตั้งแต่ 19 พฤศจิกายนนี้ ทำเอาเทรดเดอร์คริปโตชาวไทยกังวลหนักมากว่าในอนาคต Binance จะถูกยกเลิกให้บริการหรือไม่ ยิ่งสายเทรดฟิวเจอร์สนี่วุ่นเลยว่าถ้า Binance ปิดจริง ๆ จะย้ายไปเทรดที่แอปไหน? แต่ไม่ต้องเครียดไป เพราะ WikiBit ไม่รอช้า รวบรวม Exchange คริปโตที่เปิดให้เทรดแบบฟิวเจอร์สมาให้เลือกแล้ว! 1. Exchange: Capital.com Capital.com ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการ CFD สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด มีสกุลเงินดิจิทัลหลายร้อยรายการให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน โดย Capital.com ถือใบอนุญาต 2 ใบ จากหน่วยงาน FCA และ CySEC (FCA ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย CFD สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย คนที่จะได้รับอนุญาตให้เทรด ต้องถูกจัดประเภทให้เป็นลูกค้ามืออาชีพตามข้อกำหนดของ ESMA) Capital.com จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนบน WikiBit อยู่ที่ 7.15/10 2. Exchange: Kraken Kraken คืออันดับ 1 ด้าน Margin Trading ของคนสหรัฐฯ เป็น Exchange Crypto ที่มีผู้ใช้กว่า 6 ล้านคนและเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2011 Kraken ให้บริการซื้อขายแบบสปอต มาร์จิ้น และฟิวเจอร์สภายใต้แพลตฟอร์มที่สะดวกและใช้งานง่าย Kraken ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FSA ของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.93/10 3. Exchange: FTX FTX คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ชั้นเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้ง Alameda Research และ Binance โดย FTX ถูกสร้างขึ้นโดยเทรดเดอร์ เพื่อเทรดเดอร์ และออกแบบมาเพื่อนำการเทรดไปสู่อีกระดับ FTX ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของรัฐสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.66/10 4. Exchange: Bybit Bybit คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดในภาพรวม ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2018 ให้บริการผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคน และมีการซื้อขายกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ถึงสภาพคล่องที่สูงมากสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น Bybit ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FINTRAC ของแคนาดา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.60/10 5. Exchange: Phemex Phemex คือ Exchange crypto ชั้นยอด ที่มาพร้อม welcome bonus ก้อนโต โดยเปิดตัวในสิงคโปร์ในปี 2019 ก่อนที่จะไต่อันดับอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นหนึ่งใน Exchange crypto ที่น่าเชื่อถือที่สุด ให้บริการเลเวอเรจตั้งแต่ 5x ไปจนถึง 100x Phemex ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.04/10 บน WikiBit ยังมีข้อมูล Exchange คริปโตอีกมากมายทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ซึ่งมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหาชื่อ ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!
