มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโต- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโตสถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  สถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโตแล้ว โดยกองทุน IBIT และ ETHA ของ BlackRock ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ตามลำดับ มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่ากองทุนทั้งหมดของ Grayscale ที่เคยครองตำแหน่งผู้นำตลาดมานาน  ข้อมูลจาก Arkham เผยว่าในปัจจุบัน กองทุนของ BlackRock มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 21.6 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้า Grayscale เล็กน้อย แม้ว่า Grayscale จะมีกองทุนให้เลือกหลากหลายกว่าก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของกองทุน BlackRock สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่มีต่อตลาดคริปโต และการยอมรับ Bitcoin และ Ethereum ในฐานะสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน  ( ที่มา : Arkham )  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งหันมาลงทุนในกองทุนของ BlackRock มากขึ้น เช่น Morgan Stanley ที่ขายหุ้น GBTC ของ Grayscale ออกไปทั้งหมด และหันมาลงทุนใน IBIT แทน ขณะที่ Goldman Sachs ก็ถือครองหุ้น IBIT เป็นจำนวนมากเช่นกัน  ข้อมูลการยอดการซื้อขายรายวันของ IBIT Bicoin ETF ของ BlackRock ( ที่มา : Nate Geraci )  Nate Geraci ผู้เชี่ยวชาญด้าน ETF จาก The ETF Store ได้ยืนยันผ่าน X ว่า IBIT ของ BlackRock มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยมีข้อมูลจาก SoSoValue สนับสนุนว่ากองทุนมีการไหลออกสุทธิเพียงวันเดียว นับตั้งแต่เปิดตัว  อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุน IBIT ของ BlackRock จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่กองทุน ETHA ยังไม่สามารถแซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด Ethereum ETF ได้ แม้ว่าจะยังไม่มีการไหลออกของเงินทุนก็ตาม  อันดับ Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ที่มีสินทรัพย์มากที่สุด ( ที่มา : SoSoValue )  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BlackRock ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งคือชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจากการที่ BlackRock เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นในการลงทุนกับกองทุนของบริษัท อีกส่วนหนึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพราะถึงแม้ว่าจะมีกองทุนให้เลือกน้อยกว่า Grayscale แต่กองทุนของ BlackRock ก็ได้ครอบคลุมสินทรัพย์หลักในตลาดคริปโตคือ Bitcoin และ Ethereum  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตอย่างมาก โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดกองทุนคริปโตที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ให้ความสำคัญกับ Bitcoin และ Ethereum มากขึ้น การที่ BlackRock แซงหน้า Grayscale และกลายเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโต ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดคริปโต และบ่งชี้ถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดในระยะยาว

2024-08-18Bitcoin

รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETFGoldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  ธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs สร้างความฮือฮาในวงการคริปโต ด้วยการเปิดเผยการถือครองหุ้นกองทุน Bitcoin ETF มูลค่ากว่า 418 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น  จากการเปิดเผยในรายงาน 13F พบว่า Goldman Sachs ได้ถือครองหุ้นในกองทุน iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock มากที่สุด โดยคิดรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 238 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Fidelity, Grayscale, Invesco Galaxy และอื่นๆ แบ่งเป็น  $238.6 ล้านดอลลาร์ ใน iShares Bitcoin Trust (6,991,248 หุ้น)  $79.5 ล้านดอลลาร์ ใน Fidelity Bitcoin ETF (1,516,302 หุ้น)  $35.1 ล้านดอลลาร์ ใน Grayscale BTC (660,183 หุ้น)  $56.1 ล้านดอลลาร์ ใน Invesco Galaxy Bitcoin (940,443 หุ้น)  $8.3ล้านดอลลาร์ ใน Bitwise Bitcoin ETF (253,961 หุ้น)  $749,469 ดอลลาร์ ใน WisdomTree Bitcoin (11,773 หุ้น)  $299,900 ดอลลาร์ ใน ARK 21Shares Bitcoin ETF (5,000 หุ้น)  ข้อมูลภาพรวมของ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ (ที่มา : Coinglass)  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Goldman Sachs ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่ต้องการเข้าถึงตลาด Bitcoin อย่างถูกกฎหมายและง่ายขึ้น โดยผ่านการลงทุนในกองทุน ETF ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐ  ปัจจัยที่ผลักดันให้สถาบันการเงินหันมาสนใจ Bitcoin ETFผลตอบแทนที่น่าสนใจ: Bitcoin สร้างผลตอบแทนที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนสถาบันมองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไรความต้องการของลูกค้า: ลูกค้าจำนวนมากแสดงความสนใจในการลงทุนใน Bitcoin และสถาบันการเงินจึงต้องตอบสนองความต้องการนี้การลดความเสี่ยง: การลงทุนใน Bitcoin ETF ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง  การเข้ามาของ Goldman Sachs สู่ตลาด Bitcoin ETF มีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยอมรับจากสถาบันการเงินรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น  การเติบโตของกองทุน Bitcoin ETF ทำให้เราเห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโต โดยในปี 2024 มีกองทุน Bitcoin ETF ใหม่เปิดตัวจำนวนมาก และกองทุนที่มีอยู่เดิมก็มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอาจมีสถาบันการเงินรายใหญ่รายอื่นๆ เข้ามาลงทุนใน Bitcoin ETF เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาด Bitcoin มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน  การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลเข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต และสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลภายในสหรัฐอเมริกา

2024-08-14Bitcoin

ยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัว- CryptoSiam

ข่าว Ethereumยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Ethereum ETFs ในสหรัฐอเมริกา พบการไหลเข้าของยอดซื้อขายรายสัปดาห์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ข้อมูลของ SoSoValue ซึ่งเป็นตัวติดตามข้อมูลการซื้อขายของ Spot Ethereum ETFs พบว่าทั้งเก้ากองทุนมียอดซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 104.8 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากการเปิดตัว หรือก็คือสัปดาห์เริ่มต้นด้วยวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม  Spot Ethereum ETF 3 สัปดาห์แรกหลังการเปิดตัว (ที่มา: SoSoValue)  จากข้อมูลระบุว่ามูลค่ารวมของการซื้อขายทั้งหมดของกองทุนเหล่านี้ตั้งแต่ วันที่ 5 สิงหาคม ถึง วันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ 1.87 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สินทรัพย์สุทธิของ Spot Ethereum ETFs เพิ่มขึ้นเป็น 7.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.34% ของมูลค่าตลาดรวมของ Ethereum ในปัจจุบัน  ตัวเลขการไหลเข้าดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับฐานครั้งใหญ่ของราคาเหรียญ Ethereum ซึ่งลดลงถึง 23% นับตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา  ในบรรดากองทุน Spot Ethereum ETFs ทั้งหมด มีอยู่หกกองทุนที่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวก โดยกองทุน iShares Ethereum Trust ของ BlackRock ขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ด้วยมูลค่าการไหลเข้า ถึง 188.4 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ล่าสุด และยังมียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่าถึง 900 ล้านดอลลาร์ ใน 13 วันของการซื้อขายและยังไม่มีวันที่มีการไหลออกเลยแม้แต่วันเดียว  คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของ BlackRock คือกองทุน Fidelity Ethereum Fund  ซึ่งมีการไหลเข้ามูลค่ากว่า 44.65 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่า 342 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่การเปิดตัว  ส่วนกองทุนอีก 4 กองที่พบการไหลเข้าภายในสัปดาห์ที่ผ่านมาประกอบด้วย Grayscales Mini Ethereum Trust มียอดการไหลเข้ามูลค่า 19.8 ล้านดอลลาร์, VanEck Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 16.6 ล้านดอลลาร์, Bitwise Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 11.7 ล้านดอลลาร์ และ Franklin Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 3.7 ล้านดอลลาร์  กองทุน 21Shares Core Ethereum ETF และ Invesco Galaxy Ethereum ETF ไม่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิในสัปดาห์นี้ หากไม่นับการไหลออกมูลค่ากว่า 180 ล้านดอลลาร์จาก Grayscales Ethereum Trust ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การไหลเข้าสุทธิของกองทุนทั้ง 9 กองทุนน่าจะสูงกว่านี้มาก  ตามข้อมูลจาก Farside Investors การไหลออกของสินทรัพย์จากกองทุน Spot Ethereum ETF ของ Grayscale ยังคงดำเนินต่อไป โดยมูลค่าสินทรัพย์ที่ไหลออกจากกองทุนนี้ปัจจุบันรวมแล้ว 2.3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การไหลออกสุทธิรวมของกองทุนทั้งเก้าแห่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 406.4 ล้านดอลลาร์ นับตั้บแต่การเปิดตัว  ที่มา : cointelegraph

2024-08-12Ethereum

ตัวชี้วัดของ CryptoQuant เผย! Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังราคายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinตัวชี้วัดของ CryptoQuant เผย! Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังราคายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ตัวชี้วัดตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant กลับมามีสัญญาณบวกอีกครั้ง หลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่งสัญญาณขาลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023  Putawan Pulom  ตัวชี้วัดตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant กลับมามีสัญญาณบวกอีกครั้ง หลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่งสัญญาณขาลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023  ตัวชี้วัดวัฏจักรของตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin หรือ Bitcoin bull-bear market cycle indicator จาก CryptoQuant ซึ่งใช้สำหรับติดตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด ได้เปลี่ยนแนวโน้มเป็นสัญญาณขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่แสดงสัญญาณขาลงติดต่อกันถึงสามวัน เนื่องจากราคาของ Bitcoin ร่วงลงถึงจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  โดยคุณ Young Ju ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ CryptoQuant ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อข้อมูลของตัวชี้วัดนี้บนบัญชี X เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เอาไว้ว่า  ตัวชี้วัดแบบ on-chain ส่วนใหญ่ของ Bitcoin ที่เคยอยู่ใกล้เส้นแบ่งระหว่างตลาดขาขึ้นและขาลง ตอนนี้ได้เปลี่ยนกลับมาส่งสัญญาณบ่งบอกถึงแนมโน้มของตลาดขาขึ้นแล้ว Bitcoin ได้ลงไปอยู่ในช่วงลดราคาเพียงแค่สามวันเท่านั้น  X@Ki_Young_Ju ตัวชี้วัดแสดงแนมโน้มเป็นขาลงเมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ (ที่มา: CryptoQuant)  โดยคุณ Young Ju ยังได้ระบุว่า “Bitcoin ได้ลงไปอยู่ในช่วงลดราคาเพียงแค่สามวันเท่านั้น” คำพูดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงถึง 49,751 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถูกเรียกว่า “Crypto Black Monday” นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ Bitcoin มีราคาลดลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์  หลังจากเหตุการณ์นั้น Bitcoin ก็ถูกซื้อขายต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap โดยขณะที่เขียนบทความนี้ Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 60,ุ600 ดอลลาร์  ราคาของ Bitcoin ลดลงต่ำลง 0.25% ใน 7 วันที่ผ่านมา (ที่มา: CoinMarketCap)  ตัวชี้วัดวัฏจักรตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant ไม่เคยแสดงสัญญาณขาลงนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากการล่มสลายของ FTX จนมาถึงการถล่มลงของตลาด Crypto เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา  ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังได้ลงไปแตะระดับ 17 (Extreme Fear) ในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของ FTX ปัจจุบันดัชนีดังกล่าวได้กลับมาอยู่ในระดับ 39 (Neutral)  นักเทรด Bitcoin บางคนเชื่อว่าการกลับตัวอย่างรวดเร็วนี้บ่งชี้ว่าการลดลงของราคาครั้งล่าสุดอาจเป็นกับดักขาลง ซึ่งหมายความว่ามีนักเทรดรายใหญ่เทขาย Bitcoin ในลักษณะควบคุมทำให้ราคาสินทรัพย์ลดลงชั่วคราว เพื่อดักนักเทรดที่เล่นสั้น

2024-08-11Bitcoin

ปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย- CryptoSiam

กฎหมาย และประกาศปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซียปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย  Putawan Pulom  ปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย  ประธานาธิบดีปูตินได้ลงนามในกฎหมายฉบับใหม่ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าขายระหว่างประเทศ และผลักดันให้รัสเซียเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว  หนึ่งในมาตรการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการเปิดให้บริษัทและบุคคลทั่วไปสามารถขุดสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลจะกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อควบคุมกิจกรรมนี้ เช่น การกำหนดให้บริษัทขุดรายใหญ่ต้องลงทะเบียนกับรัฐบาล และกำหนดขีดจำกัดการใช้พลังงานสำหรับผู้ขุดรายย่อย  การอนุญาตให้ขุดสกุลเงินดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ในการสร้างระบบการเงินที่เป็นอิสระจากสกุลเงินหลักของโลกอย่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรัสเซียหวังว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ และลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังมาพร้อมกับข้อจำกัดบางประการ เช่น การห้ามโฆษณาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลบางประเภท เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและปกป้องผู้บริโภค  กฎหมายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารกลางรัสเซีย และกระทรวงการคลัง จะร่วมกันกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของกฎระเบียบเหล่านี้อีกครั้ง  ที่มา X@ki_young_ju  โดย 18 ชั่วโมงผ่านมา ‘Ki Young Ju’ CEO ของ CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ได้เผยข้อมูล BTC: Mining Pool Dominance by Country หรือข้อมูลเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งของกำลังขุดจากทั่วโลก และได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการยอมรับการขุด Cryptocurrency ของรัซเซียไว้ว่า  ดูเหมือนว่ารัสเซียกำลังพยายามเร่งตามสหรัฐอเมริกา โดยมีความสนใจใน Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับประเทศ  การเข้ามาของรัสเซียจะช่วยเพิ่มกำลังการขุด เสริมสร้างพื้นฐานของเครือข่าย และเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มเหมืองขุด  ปัจจุบัน Mining Pool จากจีนควบคุมกำลังการขุดถึง Bitcoin 57 % จากทั้งหมด ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีส่วนแบ่ง 35% จากทั้งหมด  X@ki_young_ju  เขายังได้บอกอีกว่า ข้อมูล BTC: Mining Pool Dominance by Country อิงตามอัตรา Hashrate จาก Mining pool ของทวีปต่างๆ ไม่ได้อิงตามตำแหน่งของประเทศที่แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถระบุที่อยู่ของ Hashrate ที่แน่นอนตามตำแหน่งได้ แต่นักขุดส่วนใหญ่ใน Mining pool ของจีนเป็นชาวจีนหรือชาวเอเชีย และนักขุดจากสหรัฐอเมริกาใช้ Mining pool ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา การอิงตามอัตรา Hashrate จาก Mining pool ของทวีปต่างๆ จึงสามารถบ่งบอกถึงที่มาของอัตรา Hashrate ที่แท้จริงได้

2024-08-09อุตสาหกรรม

นักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo คาดการณ์ ราคา Bitcoin อาจพุ่งไปอีก 975% เป็นอย่างต่ำ ด้วยเหตุผลนี้!- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinนักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo คาดการณ์ ราคา Bitcoin อาจพุ่งไปอีก 975% เป็นอย่างต่ำ ด้วยเหตุผลนี้!นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง Willy Woo ออกมาวิเคราะห์ราคา Bitcoin (BTC) ในอนาคต 700,000 ดอลลาร์อาจคือราคาต่ำสุด!  Putawan Pulom  นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง Willy Woo ออกมาวิเคราะห์ราคา Bitcoin (BTC) ในอนาคต 700,000 ดอลลาร์อาจคือราคาต่ำสุด!  เมื่อวันที่ี 1 สิงหาคมที่ผ่านมา Willy Woo นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง ได้เผยถึงแผนการวิเคราะห์ Bitcoin ของเขากับผู้ติดตาม 1.1 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม X ว่าถ้าหาก Bitcoin ครองส่วนแบ่งได้ถึง 3% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลก มันจะพุ่งขึ้นมากกว่า 975% จากมูลค่าในปัจจุบัน  ไม่มีใครรู้ว่าราคาสูงสุดของ Bitcoin จะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่การคำนวณง่ายๆ ก็สามารถบ่งบอกถึงราคาสูงสุดสามารถเกิดขึ้นได้ ในปัจจุบันสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลกมีมูลค่า 500 ล้านล้านดอลลาร์ หาก BTC ได้ครองส่วนแบ่งทั้งหมด (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) มันจะมีราคาเท่ากับ 24 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญ (มูลค่าปัจจุบันก่อนปรับเงินเฟ้อในอนาคต)  คำถามคือ การถือครองที่สมเหตุสมผลสำหรับทุกคนควรจะเป็นเท่าไหร่?  การบริหารความมั่งคั่งนั้นค่อนข้างคาดเดาได้ และการเคลื่อนไหวของเงินทุนมักจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ตามหลักการและความรู้ที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการการเงิน  ถึงแม้ว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Fidelity บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก ก็ได้แนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนประมาณ 1-3% ใน Bitcoin ขณะเดียวกันเราเห็นตัวเลขการจัดสรรเงินลงทุนสูงถึง 85% จาก BlackRock  ถ้าหากเราคิดว่า 3% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลก เป็นการจัดสรรการลงทุนที่สมเหตุสมผลต่อ Bitcoin (และนั่นคือตัวเลขที่เราเคยเผยในปี 2014) ราคาที่ต่ำที่สุดของการประเมินมูลค่าของ Bitcoin คือ 700,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ  เป้าหมาย: ต่ำสุด $700k สูงสุด $24m  Willy Woo ยังได้เผยแผนภูมิการยอมรับ Bitcoin ( Bitcoin Adoption S-curve) ที่เปรียบเทียบอัตราการยอมรับ Bitcoin กับอัตราการยอมรับของอินเทอร์เน็ต โดย Adoption S-curve มักถูกใช้เพื่อติดตามอัตราสะสมของผู้คนที่ในยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัจจุบันการยอมรับ Bitcoin อยู่ที่ 4.7% เขาเชื่อว่า Bitcoin จะมีราคาแตะหกหลักเป็นครั้งแรกมีเมื่อการยอมรับทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 16% ถึง 50%  สุดท้าย Woo ได้กล่าวว่า ในที่สุดแล้วมูลค่าตลาดของ Bitcoin อาจมีมูลค่ามากกว่าสกุลเงิน Fiat ทั้งหมดในระบบ ส่งผลให้เมื่อถึงเวลานั้น นักลงทุนทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง และการวิเคราะห์ที่มากยิ่งขึ้นเพื่อมองหาการลงทุนอื่นที่มีศักยภาพหรือผลตอบแทนสูงกว่าการเก็บออม Bitcoin เพียงอย่างเดียว  เมื่อมูลค่าตลาดของ Bitcoin ใหญ่เกินกว่าสกุลเงิน fiat ทั้งหมดบนโลก คุณจะไม่สนใจราคาสูงสุดของมัน ความคิดแบบนั้นคือความคิดแบบ fiat ของสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  หลังจากจุดเปลี่ยนนี้ คุณจะมองหาแต่การลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าการเก็บออม Bitcoin ได้เท่านั้น ซึ่งเริ่มต้นจากบริษัทที่เก็บผลกำไรไว้ใน Bitcoin  Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท MicroStrategy เป็น CEO ของบริษัทสาธารณะรายแรกที่รู้เรื่องนี้ และกำลังจะมีอีกหลายคน  ที่มา : DilyHodl  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-08-02Bitcoin

เปิดบทวิเคราะห์ Dogecoin และ Ethereum ในเดือนสิงหาคมนี้!- CryptoSiam

Dogecoinเปิดบทวิเคราะห์ Dogecoin และ Ethereum ในเดือนสิงหาคมนี้!ตลาด Cryptocurrency กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากราคา Bitcoin พุ่งขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาของเหรียญอื่นๆ ได้รับผลกระทบตามไปด้วย Dogecoin เหรียญมีมอันดับ 1 และ Ethereum ที่เพิ่งผ่านการเปิดตัว Spot ETFs ไปได้ไม่นานจะมีแนวโน้มอย่างไรในเดือนสิงหาคม  Putawan Pulom  ตลาด Cryptocurrency กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากราคา Bitcoin พุ่งขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาของเหรียญอื่นๆ ได้รับผลกระทบตามไปด้วย Dogecoin เหรียญมีมอันดับ 1 และ Ethereum ที่เพิ่งผ่านการเปิดตัว Spot ETFs ไปได้ไม่นานจะมีแนวโน้มอย่างไรในเดือนสิงหาคม  คาดการณ์ราคา Dogecoin (DOGE)  Dogecoin เป็น Cryptocurrency ที่มีแนวโน้มแนวโน้มที่ดีสำหรับการปรับตัวขึ้นในระยะยาว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันราคาของมันจะยังลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถขึ้นผ่านแนวโน้มขาลงในระยะสั้นไปได้  นักวิเคราะห์ทางเทคนิคหลายคนมีความคาดหวังเชิงบวกต่อราคาของ DOGE โดยหนึ่งในนั้นคือ คุณ Javon Marks ได้เปิดเผยมุมมองต่อผู้ติดตามกว่า 4 หมื่นรายบนบัญชี X ส่วนตัวของเขาว่า ปัจจุบัน DOGE อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับตัวขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นอีกกว่า 72%  ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การพุ่งทะลุแนวต้านของ $DOGE (เส้นสีแดงในภาพ) นำไปสู่การปรับตัวขึ้นของราคา และตอนนี้มันก็ทำแบบเดิมอีกครั้ง กับการทะลุขึ้นผ่านแนวต้านครั้งล่าสุด! จากการวิเคราะห์การที่ Doge ขึ้นมาสูงกว่าแนวต้าน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ละครั้งมีเปอร์เซ็นต์การขึ้นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าหากมันเกิดขึ้นอีกครั้ง เราอาจจะได้เห็น DOGE มีราคามากกว่า 10 ดอลลาร์ในการปรับตัวขึ้นอีกกว่า 7,200%  X@JavonTM1วิเคราะห์ Doge จาก X@JavonTM1  ตามการคาดการณ์ของ CoinCodex แพลตฟอร์มให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Cryptocurrency เผยว่า Dogecoin อาจใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งในการไปให้ถึงราคาที่คาดการณ์เอาไว้ โดยทางแพลตฟอร์มคาดการณ์ว่า DOGE จะลดลงถึง 13% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจทำให้มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 0.01328 ดอลลาร์  ปัจจุบันตามการคาดการณ์ราคา Dogecoin ของเรา เราคาดว่าราคาอาจลดลงไปถึง -13.96% และลงไปแตะที่ระดับราคา 0.101328 ดอลลาร์ ภายในวันที่ 1 กันยายน 2024 จากตัวบ่งชี้ทางเทคนิคของเรา ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในช่วงขาลง ในขณะที่ดัชนีความกลัวและความโลภ(greed and fear index) อยู่ที่ 57 (greed) ราคาของ Dogecoin มีสถิติการเปลี่ยนแปลงรายวันเป็นบวก 13 ใน 30 วัน (43%) และมีความผันผวนของราคา 8.68% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา  Ethereum เป็น Cryptocurrency ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง ที่บริษัทและนักลงทุนกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ได้ทำการอนุมัติ Spot Ethereum ETF และได้เปิดให้ซื้อขายไปแล้ววันแรกในวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ช่วยให้ Ethereum มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นในโลก Cryptocurrency แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ป้องกัน Ethereum จากความผันผวนของตลาด  ข้อมูล Ethereum จาก CoinMarketCap  ตามการคาดการณ์ของ CoinCodex เผยว่า ETH อาจพุ่งขึ้นเล็กน้อย 4% ขึ้นไปอยู่ที่ระดับราคา 3,318.41 ดอลลาร์  ปัจจุบันตามการคาดการณ์ราคา Ethereum ของเรา เราคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น 4.31% และขึ้นไปแตะที่ระดับราคา 3,318.41 ดอลลาร์ ภายในวันที่ 1 กันยายน 2567 จากตัวบ่งชี้ทางเทคนิคของเรา ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในช่วงขาลง ในขณะที่ดัชนีความกลัวและความโลภ(greed and fear index) อยู่ที่ 57 (greed) ราคาของ Dogecoin มีสถิติการเปลี่ยนแปลงรายวันเป็นบวก 17 ใน 30 วัน (57%) และมีความผันผวนของราคา 5.14% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

2024-08-02Ethereum

VanEck บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก คาดการณ์ราคา Bitcoin มากถึง 2.9 ล้านดอลลาร์ ต่อเหรียญภายในปี 2050 - CryptoSiam

ข่าว BitcoinVanEck บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก คาดการณ์ราคา Bitcoin มากถึง 2.9 ล้านดอลลาร์ ต่อเหรียญภายในปี 2050 นักวิเคราะห์จากบริษัทด้านการลงทุนระดับโลกอย่าง VanEck คาดการณ์ว่าราคาของ Bitcoin อาจพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2050  Putawan Pulom  นักวิเคราะห์จากบริษัทด้านการลงทุนระดับโลกอย่าง VanEck คาดการณ์ว่าราคาของ Bitcoin อาจพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2050  เพื่อที่จะทำให้ Bitcoin มีราคามากถึง 2.9 ล้านดอลลาร์ หรือราคาต้องขึ้นไปอีก 44 เท่าจากปัจจุบัน Bitcoin จะต้องกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินระหว่างประเทศ ตามที่ Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck และ Patrick Bush นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโสของบริษัทได้ระบุเอาไว้ว่า  เราคาดหวังว่า Bitcoin จะถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการค้าระหว่างประเทศ กลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่สำคัญ และเป็นที่เก็บรักษามูลค่าที่มั่นคง ซึ่งจะนำไปสู่กฎของเกรแฮม (Greshams Law) เมื่อ Bitcoin มีประโยชน์และมีค่ามากขึ้น ธนาคารกลางและนักลงทุนระยะยาวก็จะต้องการถือครอง Bitcoin มากขึ้นไปอีก ทำให้จำนวนเหรียญที่มีอยู่ในตลาดลดน้อยลง  Matthew Sigel และ Patrick Bush นักวิเคราะห์อาวุโสของ VanEck  Sigel และ Bush กล่าวว่า “เป็นไปได้” ที่ Bitcoin จะถูกนำมาใช้ในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศมากถึง 10% ของการค้าขายทั้งหมดบนโลก และจะใช้ในการค้าขายภายในประเทศคิดเป็น 5% ของทั้งหมด ภายในปี 2050  สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin คิดเป็น 2.5% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด หากใช้สมมติฐานเกี่ยวกับการเติบโตทางการเงินทั่วโลก ข้อมูลความต้องการ Bitcoin ของนักลงทุน และมูลค่าการซื้อขายของ Bitcoin เราจะสามารถประยุกต์ใช้สมการความเร็วของเงิน (velocity of money equation) ในการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่อาจเป็นไปได้ที่ 2.9 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งจะส่งผลให้ Bitcoin มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 61 ล้านล้านดอลลาร์  Matthew Sigel และ Patrick Bush นักวิเคราะห์อาวุโสของ VanEck  มาตรวัดอัตราความเร็วของเงิน (velocity of money) คืออัตราที่ใช้บ่งบอกถึงความเร็วของเงินที่ถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ  ตัวอย่าง สมมติว่ามีเงิน 100 บาท ถูกใช้งานหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจเล็กๆแห่งหนึ่ง ถ้าเงิน 100 บาทนี้ถูกใช้ซื้อขายสินค้าและบริการวนไปวนมาหลายรอบในหนึ่งเดือน ก็แสดงว่าความเร็วของเงินในระบบเศรษฐกิจนี้สูง แต่ถ้าเงิน 100 บาทนี้ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าโดยไม่ได้ถูกนำออกมาใช้จ่าย ความเร็วของเงินในระบบเศรษฐกิจนี้ก็จะต่ำ  ท้ายที่สุดแล้วบริษัทการลงทุนระดับโลกอย่าง VanEck ก็มองว่า Bitcoin มีศักยภาพสูงในการเป็นสินทรัพย์หลักในระบบการเงินของโลกต่อจากนี้ โดยคาดการณ์ว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2050 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการที่ Bitcoin ถูกนำมาใช้ในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศและการค้าภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการถือครอง Bitcoin ของธนาคารกลาง หรือ นักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มมากขึ้น  ที่มา: DailyHodl  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-08-01Bitcoin

เกิดอะไรขึ้นกับ Bitcoin! ร่วงลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง FED คงอัตราดอกเบี้ย- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinเกิดอะไรขึ้นกับ Bitcoin! ร่วงลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง FED คงอัตราดอกเบี้ยBitcoin ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย และจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันกลางทวีความรุนแรงขึ้น  Putawan Pulom  Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย และจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันกลางทวีความรุนแรงขึ้น  การคงอัตราดอกเบี้ยของ FED  เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมาข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า Bitcoin ได้ร่วงลงแตะระดับ 64,549 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะพุ่งขึ้นอีกเล็กน้อยไปที่ 65,075 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 64,440 ดอลลาร์สหรัฐฯ  ราคาของ Bitcoin ภาพจาก CoinMarketCap  การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25% ถึง 5.5% ตามที่ตลาดคาดการณ์  โดยก่อนการประกาศ ตลาดคาดการณ์ว่าการประชุมของ FOMC จะไม่ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจนถึงเดือนกันยายน ประธานของ FED คุณ Jerome Powell ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีสัญญาณบวกสำหรับการเติบโตของ GDP และการใช้จ่ายภาคเอกชนภายในประเทศ (PDFP) ถึงแม้ว่าการเติบโตของการใช้จ่ายผู้บริโภคลดลงตามแผนการลดอัตราเงินเฟ้อ  ภาพจาก CNBC  อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอย่างมากจากระดับ 7% เป็น 2.5% เราตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดกลับลงสู่ระดับ 2% เพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเราทุกคน  Jerome Powell ได้กล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อในการประกาศเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นักวิเคราะห์เผยอาจเป็นโอกาสในการซื้อ  Seth นักวิเคราะห์บนแพลตฟอร์ม X ที่มีผู้ติดตามกว่า 53,800 ราย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า Indicator ดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์ หรือ Relative Strength Index (RSI) บน Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ Oversold หรือกำลังบ่งบอกว่ามีแรงขายจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ดีในการซื้อ  Bitcoin 4H RSI มีแรงขายมากเกินไป เหมือนที่ฉันเคยบอกไปการประชุม FOMC ใช้เพื่อล้างพอร์ทของเทรดเดอร์รายย่อยที่ไม่รู้วิธีการเทรดหรือใช้ Leverage ที่สูงเกินไป  Seth กล่าวบน XBitcoin RSI ภาพจาก X@seth_finรายงานผลกระทบจากตะวันออกลาง  ราคาของ Bitcoin ก็ได้รับผลกระทบหลังมีจากรายงานว่า Ismail Haniyeh ผู้นำกลุ่มฮามาส ถูกสังหารในกรุงเตหะราน ประเทศอิหราน ตามรายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ราคาของ Bitcoin ได้รับผลกระทบหลังจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันกลาง เมื่อวันที่ 19 เมษายน สื่อของทางการอิหรานรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดที่สนามบินอิสฟาฮาน ทางตอนกลางของอิหราน ภายในสองชั่วโมง Bitcoin ได้ลดลงกว่า 5.44% ลงไปที่ระดับ 59,698 ดอลลาร์สหรัฐฯ  คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน  ถึงแม้ว่าประธานเฟดพาวเวลล์จะไม่ได้ยืนยันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน แต่ดูเหมือนเขาจะทำ ท้ายที่สุดแล้ว FED ก็จะต้องรอข้อมูลเงินเฟ้อในอีก 2 เดือนข้างหน้า หากอัตราเงินเฟ้อลดลงเพิ่มเติม อาจมีการปรับลดดอกเบี้ยเดือนกันยายน  KobeissiLetter ผู้ให้บริการข้อมูลและวิเคราะห์ทางการเงิน  ราคาของ Bitcoin ลดลงต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจาก FED ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยและจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันกลาง นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นโอกาสซื้อ เนื่องจากดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์ (RSI) ของ Bitcoin อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ตลาดคาดหวังว่า FED อาจลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin  ที่มา : CoinTelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-08-01Bitcoin

เทรดเดอร์ชื่อดังชี้ PEPE, Dogwifhat และ Popcat ยังไปได้อีกไกล พร้อมอัปเดตแนวโน้ม Solana และ Tron- CryptoSiam

ข่าว Ethereumเทรดเดอร์ชื่อดังชี้ PEPE, Dogwifhat และ Popcat ยังไปได้อีกไกล พร้อมอัปเดตแนวโน้ม Solana และ Tronเทรดเดอร์ชื่อดัง “Altcoin Sherpa” ออกมาคาดการณ์ว่า PEPE, Dogwifhat และ Popcat กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการพุ่งทะยานครั้งใหญ่  เทรดเดอร์ชื่อดัง “Altcoin Sherpa” ออกมาคาดการณ์ว่า PEPE, Dogwifhat และ Popcat กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการพุ่งทะยานครั้งใหญ่  นักวิเคราะห์ Altcoin Sherpa ได้เปิดเผยต่อผู้ติดตามกว่า 219,100 รายบนแพลตฟอร์ม X ว่าเหรียญ PEPE บน Ethereum และเหรียญมีมบน Solana อย่าง Dogwifhat และ Popcat กำลังใกล้จะทะลุระดับแนวต้านสำคัญแล้ว!  เหรียญมีมที่มีมูลค่าตลาดสูงและกำลังรอการพุ่งขึ้นในรอบต่อไปได้แก่ PEPE, WIF, POPCAT  Altcoin Sherpa กล่าวบน XX@AltcoinSherpa  จากการวิเคราะห์ของเทรดเดอร์รายนี้เหรียญ PEPE มีแนวโน้มที่จะขึ้นไปทำลายแนวต้านที่ระดับ 0.0000128 ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 0.0000113 ดอลลาร์สหรัฐ  X@AltcoinSherpa  โดยสำหรับ WIF เขาคาดการณ์ว่าเหรียญนี้กำลังใกล้ถึงเส้นแนวต้านที่ระดับ 2.50 ดอลลาร์สหรัฐ หากไม่หลุดลงมาจากกรอบแนวรับข้างล่าง อาจสามารถขึ้นไปยืนเหนือเส้นแนวต้านที่คาดการณ์ไว้ได้ ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 2.292 ดอลลาร์สหรัฐ  X@AltcoinSherpa  ส่วนเหรียญ POPCAT เขาได้คาดว่าเหรียญอาจขึ้นไปทำลายแนวต้านที่ระดับ 0.9389 ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 0.712 ดอลลาร์สหรัฐ  นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ Altcoin Sherpa ยังได้เปิดเผยมุมมองเชิงบวกต่อเหรียญ Solana คู่แข่งของ Ethereum โดยระบุว่า เหลือเพียงการขึ้นอีกแค่ไม่กี่ระดับก่อนที่ราคาจะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดตลอดกาล และเขายังคงมองว่า Solana จะเป็นเหรียญที่ดีในอีกหลายเดือนข้างหน้า ปัจจุบัน Solana มีราคาอยู่ที่ 183 ดอลลาร์สหรัฐ  X@AltcoinSherpa  อีกหนึ่งเหรียญที่ Altcoin Sherpa ให้ความสนใจคือ Core ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะที่สามารถปรับขนาดของเครือข่ายและเชื่อมต่อได้กับ Bitcoin ปัจจุบัน CORE มีราคาอยู่ที่ 1.3 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเขาได้เปิดเผยมุมมองลงบนแพลตฟอร์ม X อีกครั้ง  ฉันคิดว่าในตอนนี้ CORE โอเคแล้ว ราคาได้ทดสอบเส้น EMA 200 ไปแล้ว ได้เวลาไปต่อ!  Altcoin Sherpa กล่าวบน XX@AltcoinSherpa  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับ Toncoin ในระยะกลาง ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงเชื่อมั่นกับเหรียญนี้ในระยะยาว ปัจจุบัน TON มีมูลค่าอยู่ที่ 6.62 ดอลลาร์สหรัฐ  หนึ่งในเหรียญที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนจะอ่อนตัวลงแล้วในระยะกลาง ที่ระดับราคา 5 ดอลลาร์ (เส้น EMA 200 วัน) อาจถูกลงไปทดสอบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผมยังคงเชื่อว่า TON ยังมีโอกาสที่ดีในขาขึ้นรอบนี้และในอนาคต

2024-07-31Ethereum
1
...
7577
...
1000