สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

งง! ปริมาณธุรกรรมบน Optimism (OP) พุ่ง 9,900% อย่างไม่ทราบสาเหตุ!?- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่งง! ปริมาณธุรกรรมบน Optimism (OP) พุ่ง 9,900% อย่างไม่ทราบสาเหตุ!?Santiment พบปริมาณธุรกรรมบน Optimism (OP) บล็อกเชน Layer 2 ของ Ethereum พุ่ง 9,900% อย่างไม่ทราบสาเหตุ นักวิเคราะห์แนะจับตา กำลังมีอะไรบางอย่างผิดปกติ  Pongsapak Rochjana  Santiment พบปริมาณธุรกรรมบน Optimism (OP) บล็อกเชน Layer 2 ของ Ethereum พุ่ง 9,900% อย่างไม่ทราบสาเหตุ นักวิเคราะห์แนะจับตา กำลังมีอะไรบางอย่างผิดปกติ  อ้างอิงจากรายงานของผู้ให้บริการเครื่องมือวิเคราะห์ชื่อดัง ‘Santiment’ เปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถึงปริมาณธุรกรรม Stablecoin บน Optimism (OP) บล็อกเชน Layer 2 ของ Ethereum ที่พุ่งอย่างรุนแรง และแปลกประหลาดในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา  บทความที่เกี่ยวข้อง - Optimism คืออะไร? ไขทุกข้อข้องใจเหรียญ OP ครบที่นี่!  โดยปกติแล้วปริมาณธุกรรมจากเหรียญ Stablecoin อย่าง USDT และ USDC บน Optimism จะอยู่ที่ไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงดังกล่าวพบว่าปริมาณธุรกรรมกลับพุ่งขึ้นไปสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ หรือเป็นสัดส่วนมากกว่า 9,900% จากสถานการณ์ปกติ  Optimism หนึ่งในบล็อกเชนที่มีการเติมโตทั้งด้าน TVL และ onchain activity มาตลอด ได้แสดงพฤติกรรมประหลาดเมื่อไม่นานมานี้ โดยเราพบปริมาณธุรกรรม Stablecoin สูงขึ้นจนผิดปกติอย่างมาก  รายงานของ Sentiment ระบุ  ทั้งนี้ถ้าหากมาดูในส่วนจำนวนผู้ใช้งานก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด พร้อมกับระบุว่าปริมาณผู้ใช้งานยังเพิ่มขึ้น ‘แบบสุขภาพดี’ พร้อมทั้งราคา OP ก็ไม่ได้รับผลกระทบในระยะเวลาดังกล่าวเช่นกัน  ดังนั้นจึงตัดประเด็นการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานออกไปได้เลย โดยรายงานคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นจากการทำ Liquidity mining หรือ wash trading ก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น พร้อมกับทิ้งท้ายให้จับตาดู Optimism ให้ดี เนื่องจากมีอะไรหลายต่อหลายอย่างกำลังเกิดขึ้นกับมัน

2023-01-17Ethereum

สรุปเซสชั่น ‘Ethereum จะ Flip Bitcoin ได้ไหม?’ มองแซงได้แน่! หากสิ่งนี้เกิดขึ้น- CryptoSiam

Eventsสรุปเซสชั่น ‘Ethereum จะ Flip Bitcoin ได้ไหม?’ มองแซงได้แน่! หากสิ่งนี้เกิดขึ้น“สมมุติมันจะมีบริษัทโผล่เข้ามามูลค่าซัก 10 Trillion ดอลลาร์ บริษัทใหม่เลยนะรวมกัน แล้วบริษัทเหล่านี้ไม่ได้สนใจหุ้น เขาสนใจออกเหรียญแทน... 10 Trillion นั้นมันต้องมีที่อยู่”  Pongsapak Rochjana  “สมมุติมันจะมีบริษัทโผล่เข้ามามูลค่าซัก 10 Trillion ดอลลาร์ บริษัทใหม่เลยนะรวมกัน แล้วบริษัทเหล่านี้ไม่ได้สนใจหุ้น เขาสนใจออกเหรียญแทน... 10 Trillion นั้นมันต้องมีที่อยู่”  Table of contents  ไม่ใช่แค่ดูมูลค่า แต่ต้องดู คุณค่า ด้วย  Ethereum จะแซง Bitcoin ได้ไหม ขึ้นอยู่กับทิศทางคนรุ่นใหม่  มอง ซื้อตอนนี้ ดีกว่าซื้อตอนต้นปี  26 พฤศจิกายน 2565 ‘อัครเดช เดี่ยวพานิช’ หรือ ‘เอ Coinman’ ประธานบริษัท Cryptomind group, และ ‘พลากร ยอดชมญาณ’ หรือ ‘ต้นฮ้อ’ ซีอีโอของ KULAP เปิดเผยมุมมองต่อในหัวข้อ ‘Ethereum จะ Flip Bitcoin ได้ไหม?’ ในงาน Blockchain Thailand Genesis 2022  บทความที่เกี่ยวข้อง - ส่อง 5 Session โคตรเดือด! ‘Blockchain Thailand Genesis’ 26-27 พ.ย.นี้ เวทีไหนดี เวทีไหนโดน มาดูกัน!  โดย Bitcoin และ Ethereum เป็น 2 เหรียญคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกขณะนี้ นำโดย Bitcoin ที่มีมูลค่าทางการตลาด 3.18 แสนล้านดอลลาร์ และ Ethereum ที่มีมูลค่าทางการตลาด 1.48 แสนล้านดอลลาร์  ไม่ใช่แค่ดูมูลค่า แต่ต้องดู คุณค่า ด้วย  ต้นฮ้อ ‘พลากร ยอดชมญาณ’ กล่าวว่า การ ‘Flip’ ในที่นี้คือการที่มีมูลค่าทางการตลาดขึ้นมาแซงหน้า Bitcoin อย่างไรก็ตามก็อยากจะให้มองในเรื่องของ ‘คุณค่า’ ที่หนุนหลังอยู่ด้วย  ซึ่งคุณค่าของ Bitcoin คือมาจากการขุด Bitcoin ซึ่งจำเป็นต้องใช้พลังงานและเวลาในการสร้างคุณค่า แตกต่างกับ Ethereum ในปัจจุบันที่ไม่มีการใช้พลังงานในการขุด แต่คุณค่ากลับเป็นการที่มีผู้คนเข้ามาใช้งานมากกว่า  พร้อมเปรียบเทียบกับ ‘ดอลลาร์สหรัฐฯ’ ที่ถึงแม้จะไม่มีการหนุนหลังด้วยทองคำมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถมีมูลค่าอยู่ได้จากการใช้งานทั่วทุกมุมโลก และก็ยังสามารถคงมูลค่าของตัวเองอยู่ได้และได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลกแม้ไม่มีทองคำหนุนหลังอยู่ก็ตาม  เอ Coinman และ ต้นฮ้อ KULAP กล่าวในเซสชั่น ‘Ethereum จะ Flip Bitcoin ได้ไหม?’  รูปภาพ: CryptoSiamEthereum จะแซง Bitcoin ได้ไหม ขึ้นอยู่กับทิศทางคนรุ่นใหม่  เอ ‘อัครเดช เดี่ยวพานิช’ จึงตอบประเด็นดังกล่าว ระบุว่าขึ้นอยู่กับว่าอนาคตของเราจะไปอยู่ ณ จุดไหน  พร้อมกับยกตัวอย่างถึงตลาดหุ้น ว่าถ้าหากในอนาคตบริษัทรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการออกเหรียญมากกว่าการลิสต์ในตลาดหุ้นเพื่อหาทุน นั่นก็อาจจะหมายความว่าเป็นการนำมูลค่าทั้งหมดในตลาดหุ้นเข้ามาอยู่ในคริปโต  บริษัททั้งหลายในโลกเกิดมาก็ต้องมีหุ้นใช่ไหม ถ้าเรามองว่าอนาคตเนี่ยเด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่ออกบริษัทในรูปแบบนั้นและ หรืออาจจะมีบริษัทก็ได้แต่สุดท้ายเขาไปออกเหรียญอะ เอามูลค่าของเขาไปอยู่ในเหรียญแทนให้คนซื้อขายลงทุนในเหรียญได้แทน  และถ้าหาก Ethereum ยังคงเป็นอันดับหนึ่งที่เปิดให้ใครหรือโปรเจกต์ใดก็ได้มาออกเหรียญได้อยู่ นั่นก็จะเหมือนกับการนำเอามูลค่าตลาดหุ้นทั้งตลาดเข้ามาสู่ Ethereum ที่แม้แต่มูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดเดียวก็มีมูลค่าสูงมากกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว  สมมุติมันจะมีบริษัทโผล่เข้ามามูลค่าซัก 10 Trillion ดอลลาร์ บริษัทใหม่เลยนะรวมกัน แล้วบริษัทเหล่านี้ไม่ได้สนใจหุ้น เขาสนใจออกเหรียญแทน... 10 Trillion นั้นมันต้องมีที่อยู่  นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีมูลค่าที่ต่ำมากแม้แต่เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ จนสามารถเติบโตแซงมูลค่าทองทำทั่วโลกได้หลายเท่าตัวในปัจจุบัน  ตรงกันข้ามกับ Bitcoin ที่ทั้งคู่มองว่ามีทิศทางที่แตกต่างไปจาก Ethereum อย่างสิ้นเชิง โดย Bitcoin คือบล็อกเชนที่ผู้คนคาดหวังให้คงระบบต่างๆ ไว้เช่นนั้น ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ตรงกันข้ามกับ Ethereum ที่ผู้คนคาดหวังให้มีการพัฒนาระบบอยู่ตลอด  ก็คือออมใน Bitcoin แล้วก็ลงทุนใน Innovation ก็คือลงทุนใน Ethereum  เอ Coinman กล่าวในเซสชั่น ‘Ethereum จะ Flip Bitcoin ได้ไหม?’  รูปภาพ: Blockchain Thailand Genesisมอง ซื้อตอนนี้ ดีกว่าซื้อตอนต้นปี  จึงสรุปว่าสุดท้ายแล้ว Ethereum จะแซงหน้า Bitcoin ได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับทิศทางของอนาคต ต้นฮ้อ ‘พลากร

2023-01-17Ethereum

Vitalik กล่าวให้กำลังใจ Solana มองอนาคตสดใส - นักพัฒนาเก่ง- CryptoSiam

SolanaVitalik กล่าวให้กำลังใจ Solana มองอนาคตสดใส - นักพัฒนาเก่งผู้สร้าง Ethereum Vitalik Buterin กล่าวให้กำลังใจ Solana หลังเจอวิกฤตถาโถม มองทีมพัฒนามีแต่หัวกระทิ - บล็อกเชนมีอนาคตสดใส  Pongsapak Rochjana  ผู้สร้าง Ethereum Vitalik Buterin กล่าวให้กำลังใจ Solana หลังเจอวิกฤตถาโถม มองทีมพัฒนามีแต่หัวกระทิ - บล็อกเชนมีอนาคตสดใส  ตั้งแต่ ‘วิกฤต FTX’ เกิดขึ้น ก็ส่งผลกระทบหนักกับ Solana (SOL) ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอ็กซ์เช้น ประกอบกับสภาวะตลาดเข้าขั้นย่ำแย่ในปี 2022 ก็ทำให้ราคา SOL ในขณะนี้ดิ่งลงไปแล้วกว่า -95% ตั้งแต่เริ่มต้นปี หนักเป็นอันดับ 2 รองมาจาก Terra Classic ในบรรดาเหรียญใหญ่ 100 อันดับแรก  อย่างไรก็ตาม Solana ผู้เคยได้ชื่อว่าเป็น ‘Ethereum Killer’ ตัวหน้าๆ กลับได้รับการกล่าวสนับสนุนอย่างจริงใจจากผู้สร้าง Ethereum อย่าง ‘Vitalik Buterin’ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมองว่าบล็อกเชนยังมีศักยภาพ มีคนเก่ง และจะหวังว่าจะกลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้ง  มีคนเก่งๆ บอกผมมาว่าทีมพัฒนา Solana มีแต่หัวกระทิ และตอนนี้พวกคนแย่ๆ ก็ถูกล้างออกไปจากตลาดหมดแล้ว ตอนนี้บล็อกเชนกลับมามีอนาคตที่สดใสอีกครั้ง

2023-01-17Ethereum

เปิดกำหนด Testnet ต้นเดือนกุมภาฯ สำหรับ Shanghai Hard Fork อัปเกรดใหม่ Ethereum- CryptoSiam

ข่าว Ethereumเปิดกำหนด Testnet ต้นเดือนกุมภาฯ สำหรับ Shanghai Hard Fork อัปเกรดใหม่ Ethereumเปิดกำหนดการใหม่! ‘Shanghai Hard Fork’ อัปเกรด Ethereum ครั้งใหม่ เตรียมเปิด Testnet ต้นเดือน ก.พ. นี้ ก่อนอัปเกรดจริง มี.ค. ที่จะถึง  Pongsapak Rochjana  เปิดกำหนดการใหม่! ‘Shanghai Hard Fork’ อัปเกรด Ethereum ครั้งใหม่ เตรียมเปิด Testnet ต้นเดือน ก.พ. นี้ ก่อนอัปเกรดจริง มี.ค. ที่จะถึง  ปีที่แล้วเราคงได้เห็นการอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์ของ Ethereum ไปแล้วในชื่อ ‘The Merge’ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงกลไกของบล็อกเชนจาก Proof-of-Work ไปสู่ Proof-of-Stake ที่ทำให้บล็อกเชนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และข้อดีอื่นๆ มากมายสารพัด  บมความที่เกี่ยวข้อง - อีก 24 ชม. ก่อน The Merge สรุป 3 ข้อสั้นๆ โค้งสุดท้ายก่อนอัปเกรดจริง! - CryptoSiam  และแน่นอนปี 2023 นี้เราก็มีนัดกันอีกหนึ่งอัปเกรด โดยในครั้งนี้มาในชื่อว่า ‘Shanghai Hard Fork’  จากการประชุม All Core Developers ของทีมนักพัฒนา ‘Ethereum’ บล็อกเชนเจ้าของเหรียญใหญ่อันดับ 2 อย่าง ETH ในวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปีนี้  โดยได้รับข้อสรุปว่า ‘Shanghai Hard Fork’ จะรันเครือข่ายทดสอบ (Testnet) ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันที่จะถึงนี้ ก่อนกำหนดอัปเกรดจริงในเดือนมีนาคม  ‘Shanghai Hard Fork’ จะไม่ใช่การอัปเกรดครั้งประวัติศาสตร์อะไรเหมือนกับ The Merge แต่จะเป็นการอัปเกรดเพื่อให้ผู้ที่เคยเอาเหรียญมา Stake เพื่อรับดอกเบี้ยไปก่อนหน้าสามารถถอนเหรียญคืนกลับไปได้สักที  ใครงงมาเท้าความกันก่อน  อาจจะต้องเท้าความกันก่อน Shanghai Hard Fork เป็นการอัปเกรดที่สืบเนื่องมาจาก The Merge โดยตรง ซึ่ง The Merge ก็ตามชื่อของมัน มันคือการรวมกันระหว่าง Beacon Chain (Proof-of-Stake) และ Ethereum ก่อน The Merge (Proof-of-Work) ให้ออกมาเป็น Ethereum เวอร์ชันใหม่ตัวเดียวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ซึ่ง Beacon Chain จะเปิดให้ใครที่สนใจสามารถนำเหรียญเข้ามา ‘ฝาก’ หรือที่เรียกว่า Stake ไว้ในระบบเพื่อรับผลตอบแทนกลับคืนไปมานานแล้ว แต่ระบบจะล็อคไว้ไม่ให้สามารถถอนเหรียญออกไปได้จนกว่าการอัปเกรด Shanghai จะเกิดขึ้น  ดังนั้นการอัปเกรด Shanghai ในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ก็จะทำให้ผู้ที่ยังมีเหรียญ Stake อยู่สามารถถอนออกไปได้หลังจากนั้นนั่นเอง

2023-01-17Ethereum

ไม่ไหวแล้ว! SuperRare ประกาศ Layoff พนง. 30% รับสภาวะตลาดขั้นวิกฤต- CryptoSiam

ข่าว NFTไม่ไหวแล้ว! SuperRare ประกาศ Layoff พนง. 30% รับสภาวะตลาดขั้นวิกฤตไม่ไหวอีกราย! SuperRare ตลาดซื้อขาย NFT แถวหน้า ประกาศ Layoff พนักงาน 30% รับสภาพตลาดขั้นวิกฤต ซีอีโอยอมรับ จ้างคนมาเยอะเกินช่วงตลาด Bull run  Pongsapak Rochjana  ไม่ไหวอีกราย! SuperRare ตลาดซื้อขาย NFT แถวหน้า ประกาศ Layoff พนักงาน 30% รับสภาพตลาดขั้นวิกฤต ซีอีโอยอมรับ จ้างคนมาเยอะเกินช่วงตลาด Bull run  เรียกได้ว่าตลาดคริปโตดูเหมือนจะหายนะตั้งแต่เริ่มต้นปี 2023 หลังจากที่ Genesis และ Huobi 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกคริปโตทนไม่ไหว ประกาศ Layoff ตามกันมาติดๆ จากสภาพตลาดขั้นวิกฤต  อ่านข่าวต่อ - Justin Sun ยัน! Huobi เตรียมปลดพนักงาน 20% เร็วๆ นี้   อ่านข่าวต่อ - ไม่ไหวแล้ว! Genesis ประกาศ Layoff พนง. เพิ่ม 30% นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือน  ในวันนี้ ‘SuperRare’ หนึ่งในตลาดซื้อขาย NFT แถวหน้า ก็ประกาศแล้วว่าจะ Layoff พนักงาน 30% จากที่มีอยู่ โดยซีอีโอ ‘John Crain’ กล่าวว่าเป็ความผิดของบริษัทเองที่ได้จ้างพนักงานมาเกินความจำเป็นในช่วงตลาดขาขึ้น  อ้างอิงจากทวีตวันที่ 7 มกราคมของ John Crain ที่ได้ถ่ายภาพหน้าจอแชทโปรแกรม Slack ที่มีการประกาศในนั้นว่าทางบริษัทตัดสินใจที่จะปลดพนักงานออก 30% - Cointelegraph รายงาน  Startup นั้นต้องบาลานส์กันระหว่างการบริหารและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ต้องใช้ทรัพย์พยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และในช่วงตลาด Bull run เราเติบโตไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับตลาด  John Crain กล่าว  แต่ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มันชัดเจนแล้วว่าการเติบโตอย่างรุนแรงของเรานั้นไม่ยั่งยืน เราจ้างงานเกินความจำเป็น และผมขอรับความผิดนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว  แม้เขาจะไม่ได้ระบุว่าจะมีการชดเชยพนักงานผู้โชคร้ายอย่างไร แต่ก็กล่าวว่าบริษัทจะ “ทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ให้ได้รับโอกาสครั้งใหม่ และสนับสนุนพวกเขาในอนาคตต่อไป”

2023-01-17NFT

มันจบแล้ว! ทีมแข่งรถ Ferrari ยุติสปอนเซอร์กับบริษัท NFT หลังตลาดคริปโตซบเซาหนัก- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มันจบแล้ว! ทีมแข่งรถ Ferrari ยุติสปอนเซอร์กับบริษัท NFT หลังตลาดคริปโตซบเซาหนักทีมรถแข่ง F1 ของ Ferrari ตัดสินใจยุติสปอนเซอร์กับ Velas Blockchain บริษัท NFT หลังผลการดำเนินงานไม่น่าพึงพอใจ รับตลาดซบเซาหนัก  Pongsapak Rochjana  ทีมรถแข่ง F1 ของ Ferrari ตัดสินใจยุติสปอนเซอร์กับ Velas Blockchain บริษัท NFT หลังผลการดำเนินงานไม่น่าพึงพอใจ รับตลาดซบเซาหนัก  Scuderia Ferrari ทีมแข่งรถโดยแบรนด์รถสปอร์ตดัง ‘Ferrari’ ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับ ‘Velas Blockchain’ และผู้ผลิตชิปชื่อดัง Snapdragon ส่งผลให้ค่ายรถลักชูรี่ต้องเสียรายได้ 55 ล้านดอลลาร์ต่อปี ก่อนเริ่มซีซันการแข่งขันปี 2023 อ้างอิงจากรายงานของ RacingNews365  โดยดีลระหว่าง Scuderia Ferrari กับ Velas Blockchain จะเป็นการติดโลโก้ที่ตัวรถ และ Velas ก็จะมีการใช้ NFT เพื่อสร้างการเข้าถึงแบรนด์ให้กับ Scuderia Ferrari ในขณะเดียวกันกับที่บริษัท NFT ดำเนินงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงปีที่ผ่านมา  อ้างอิงจากแหล่งข่าว การดำเนินการทางกฎหมายกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาสำหรับการยุติความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ และนี่ก็ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ทีมแข่งรถชื่อดังตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโต-บล็อกเชน  รถแข่ง F1 ของทีม Scuderia Ferrari ที่มีโลโก้ Velas ติดอยู่ที่สปอยเลอร์  รูปภาพ: F1 Technical  ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Mercedes ก็ยุติดีลกับ FTX หลังเกิดวิกฤตครั้งใหญ่และยื่นล้มละลาย เช่นเดียวกันกับทีม Red Bull ที่ยุติความสัมพันธ์กับบริษัทบล็อกเชนดัง ‘Tezos’ เช่นกัน โดยใช้เหตุผลว่ากลยุทธ์บริษัทไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  อ่านข่าวต่อ - มาช้าแต่มานะ! ทีม F1 ของ Mercedes ยกเลิกสัญญากับ FTX แล้ว - CryptoSiam  Toto Wolff ซีอีโอของทีม Mercedes-AMG Petronas เตือนว่าทีมแข่งรถอื่นๆ อาจจะตัดสินใจเช่นเดียวกันในอนาคต

2023-01-17NFT

Wacoal จับมือ Bitkub เปิดตัว NFT คอลเลกชันพิเศษ รุกแผนเดินหน้าลุย Metaverse!- CryptoSiam

???????? ข่าวในประเทศWacoal จับมือ Bitkub เปิดตัว NFT คอลเลกชันพิเศษ รุกแผนเดินหน้าลุย Metaverse!Wacoal จับมือ Bitkub เปิดตัว NFT คอลเลกชันพิเศษพร้อมแผนเดินหน้าก้าวเข้าสู่โลกเสมือน ภายใต้โปรเจกต์ My Turn, Turn On the Confidence by Wacoal  PR  Wacoal จับมือ Bitkub เปิดตัว NFT คอลเลกชันพิเศษพร้อมแผนเดินหน้าก้าวเข้าสู่โลกเสมือน ภายใต้โปรเจกต์ My Turn, Turn On the Confidence by Wacoal  กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — 10 มกราคม 2566: บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง บริษัท บิทคับ บล็อคเชนเทคโนโลยี จำกัด ประกาศเปิดตัว NFT (Non-Fungible Token) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่สามารถแทนที่กันได้ ภายใต้โปรเจกต์ My Turn, Turn On the Confidence by Wacoal ประเดิมก้าวแรกของ ไทยวาโก้ เข้าสู่โลก Web 3.0 ผ่านเครือข่ายบิทคับเชน เครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำของประเทศไทย เพื่อผลักดันความเป็นผู้นำในตัวสุภาพสตรี โดยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาร่วมประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก  คุณอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในทุก ๆ ครั้งที่มี การเคลื่อนไหวสำคัญในด้านเทคโนโลยี เรามักจะเห็นผู้ชายเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มเคลื่อนไหวในเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ละด้าน โดยในครั้งนี้ ไทยวาโก้มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นยังเป็นสิ่งใหม่ และเห็นถึงศักยภาพในผู้หญิงหลาย ๆ คน ที่สามารถมาเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะ NFT หรือ Non-Fungible Token ที่เราได้เห็นทั้งศิลปิน (Artist) และนักสะสม (Collector) ชั้นนำหลาย ๆ คนที่เป็นผู้หญิง อีกทั้ง เรายังเห็นว่า การที่ไทยวาโก้จะพาผู้หญิงซึ่งยังคงเป็นส่วนน้อยในชุมชนสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ได้เข้ามาสู่โลก Web3.0 จะเชื่อมต่อชุมชนผู้หญิงและผู้ชายในโลกของเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้าด้วยกัน ซึ่งยังเป็นผลดีกับทั้งผู้ใช้ และผู้พัฒนา รวมไปถึง อุตสาหกรรมบล็อกเชนในประเทศไทยอีกด้วย”  ในฐานะตัวแทนของบิทคับเชน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างไทยวาโก้ หนึ่งในแบรนด์ที่คุ้นหูคนไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งผมเองมองว่าการร่วมมือครั้งนี้จะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของบิทคับเชน และในขณะเดียวกัน ผมเองก็เชื่อว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่เทคโนโลยีบล็อกเชนจะสามารถเข้าถึงสุภาพสตรี และจะมาเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มและเพิ่มความมั่นใจให้กับสุภาพสตรีอีกหลาย ๆ ท่าน และผมเชื่อว่า NFT ที่เราทำร่วมกันจะเปรียบเสมือนเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถทำให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมกับแคมเปญต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนบิทคับเชนอีกมากมายในอนาคต  กล่าวโดย คุณภาสกร ปานนอก: CEO จากบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด  โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวครั้งสำคัญที่ผสานจุดแกร่งของทั้งสองบริษัท โดยเชื่อมต่อผู้ใช้งานต่างเพศเข้าด้วยกัน ระหว่างบิทคับเชนที่มีสัดส่วนจำนวนผู้ใช้งานส่วนมากเป็นผู้ชาย และไทยวาโก้ ที่มีผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน โดยโปรเจกต์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ My Turn, Turn On the Confidence by Wacoal ที่จะมีกิจกรรมและโปรเจกต์อื่น ๆ ตามมาในอนาคต  ความร่วมมือในครั้งนี้ มีเป้าหมายยาวไกลไปถึง Bitkub Metaverse ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอนาคต โดยทาง บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) นั้นมีแผนที่จะเป็นอุตสาหกรรมชุดชั้นในสตรีเจ้าแรกในไทยที่จะถูกนำไปใช้ในห้างสรรพสินค้าเสมือนจริง (Virtual Mall) บน Bitkub Metaverseโปรเจกต์ My Turn, Turn On the Confidence by Wacoal เริ่มแรกเปิดตัวเป็น NFT ภายใต้คอนเซ็ปต์การเดินแบบ ที่แสดงถึงความสวย และความมั่นใจ ในรูปแบบของตัวเอง โดยจะอยู่บน บิทคับเชน ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำของประเทศไทย ที่มีผู้ใช้งานนับล้านคน ซึ่ง NFT ของโปรเจกต์ My Turn, Turn

2023-01-17NFT

Trump เปิดตัว NFT คอลเลกชันใหม่ พร้อมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ถือ- CryptoSiam

ข่าว NFTTrump เปิดตัว NFT คอลเลกชันใหม่ พร้อมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ถืออดีตประธานาธิบดี Donald Trump ปล่อย NFT คอลเลกชันใหม่ โดยใช้ชื่อ Win Trump Prizes โดยจะมอบสิทธิพิเศษอย่างเช่นการเข้าร่วมกลุ่ม Zoom call กับ Trump  Rahat Wisadesing  อดีตประธานาธิบดี Donald Trump ปล่อย NFT คอลเลกชันใหม่ โดยใช้ชื่อ Win Trump Prizes โดยจะมอบสิทธิพิเศษอย่างเช่นการเข้าร่วมกลุ่ม Zoom call กับ Trump  การเปิดตัว NFT ของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อปลายปี 2022 ที่ผ่านมา ทำให้ตลาด NFT ที่กำลังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  โดยครั้งนั้น Trump ได้ปล่อย Donald Trump Digital Card Collection ให้ผู้คนได้สะสมหรือซื้อเป็นของขวัญในช่วงคริสมาสตร์ และมีผู้เข้าไปซื้อจนหมดภายในหนึ่งวัน  NFT คอลเลคชันแรกของ Donald Trump  รูปภาพ: CollectTrumCard.com  ล่าสุด Trump ได้ปล่อย NFT คอลเลคชันใหม่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม OpenSea โดยใช้ชื่อว่า Win Trump Prizes ที่จะประกอบไปด้วยภาพของอดีตประธานาธิบดีกำลังถือตั๋วรางวัล และสิทธิพิเศษสำหรับตั๋วนั้นๆ  NFT คอลเลคชันใหม่ของ Donald Trump  รูปภาพ: OpenSea  โดยข้อมูลจาก OpenSea กล่าวว่า ผู้ที่ถือ NFT เหล่านี้สามารถโทรหา Trump ได้แบบตัวต่อตัว, เข้าร่วม group Zoom call, ขอรับหนังสือจากเขา หรือแม้แต่เข้าร่วมงานเลี้ยง Gala Dinner  คอลเลคชั่นนี้มี NFT ทั้งหมด 1 ,688 ชุด โดยมูลค่ารวมของทั้งชุดอยู่ที่ 38 ETH

2023-01-17NFT

หมดตัว! คริปโต influencer เผย โดนแฮก NFT ผ่านการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก Google Ad search- CryptoSiam

ข่าว NFTหมดตัว! คริปโต influencer เผย โดนแฮก NFT ผ่านการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก Google Ad searchNFT God เผยว่า ตัวเองถูกแฮกจากการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ในเว็บไซต์ปลอมที่ขึ้นบน Google Ads ทำให้แฮกเกอร์เข้ามาขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปทั้งหมด ซ้ำยังพยายามขโมยข้อมูลของผู้ติดตามในทวิตเตอร์  Rahat Wisadesing  NFT God เผยว่า ตัวเองถูกแฮกจากการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ในเว็บไซต์ปลอมที่ขึ้นบน Google Ads ทำให้แฮกเกอร์เข้ามาขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปทั้งหมด ซ้ำยังพยายามขโมยข้อมูลของผู้ติดตามในทวิตเตอร์  เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้ใช้บัญชี NFT God (Alex) บนทวิตเตอร์กล่าวว่าตัวเขาและผู้ติดตามถูกแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์คริปโตในวอลเล็ตออกไปจำนวนมาก  NFT_GOD https://twitter.com/NFT_GOD/status/1614442000958324739?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1614442000958324739%7Ctwgr%5Ecae3d521bfeed5fb9e20ec51857b7f6a9ad972f1%7Ctwcon%5Es1_&ref_url=https%3A%2F%2Fcointelegraph.com%2Fnews%2Fgoogle-ads-delivered-malware-drains-nft-influencer-s-entire-crypto-wallet  Alex กล่าวว่าได้ใช้ Google engine เพื่อเข้าไปดาวน์โหลด open-source software ที่เกี่ยวกับการสตรีมมิ่งวิดีโอ โดยตั้งใจจะเข้าไปในเว็บไซต์ทางการ แต่กลับโดนแฮกเกอร์หลอกให้เข้าเว็บไซต์ปลอมที่อยู่ใน Google Ad แทน  โดย Alex เล่าว่าเขารู้ตัวหลังจากดาวโหลดซอฟแวร์ปลอมมาใช้หลังจากนั้นสองชั่วโมง โดยเพื่อของเขาได้ห็นความผิดปกติในบัญชีจึงทักมาเตือน  แฮกเกอร์ได้โจมดีด้วยการแฮกข้อมูลวอลเล็ตที่เก็บ NFT ของ Alex ใน Opensea พร้อมกับย้ายมันไปเข้าที่อยู่อื่นจนหมด และยังโดนแฮกทวิตบัญชี ‘NFT God’ เพื่อ Phishing เหล่าผู้ติดตามของเขาด้วย โดยเขากล่าวแฮกเกอร์ได้ขโมยเงินจำนวนมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาได้ไปแล้ว  Alex กล่าวว่ามันเป็นความผิดพลาดของตัวเองเองที่ตั้งให้ Hardware Wallet ตัวเองเป็น hot wallet ที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน seed phrase แทนที่จะทำให้มันเป็น offline - cold wallet ด้วยเหตุนี้แฮกเกอร์จึงสามารถเข้าถึงและควบคุมคริปโตและ NFT ของเขาได้

2023-01-17NFT

อดีตปธ. FTX US แฉวีกรรม Sam สุดยาวเหยีด! เผยฟางเส้นสุดท้าย ก่อนตัดสินใจลาออก- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่อดีตปธ. FTX US แฉวีกรรม Sam สุดยาวเหยีด! เผยฟางเส้นสุดท้าย ก่อนตัดสินใจลาออกอดีตปธ. FTX.US แฉยับ! ระบายวีรกรรม Sam Bankman-Fried ยาวเหยียด ลั่น อารมณ์แปรปรวน, หนีปัญหา, รับคำวิจารณ์ไม่ได้ ชี้ความสัมพันธ์เข้าสู่ ขั้นหายนะ ก่อนตัดสินใจลาออก  Pongsapak Rochjana  อดีตปธ. FTX.US แฉยับ! ระบายวีรกรรม Sam Bankman-Fried ยาวเหยียด ลั่น อารมณ์แปรปรวน, หนีปัญหา, รับคำวิจารณ์ไม่ได้ ชี้ความสัมพันธ์เข้าสู่ ขั้นหายนะ ก่อนตัดสินใจลาออก  Brett Harrison อดีตประธาน FTX US ระบายความในใจผ่านเธรดทวิตเตอร์ยาว 49 พาร์ท แชร์ประสบการณ์สมัยทำงานร่วมกับ ‘Sam Bankman-Fried’ หรือ ‘SBF’ อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX Global ตัวการหลักผู้นำทางเอ็กซ์เช้นจ์ดังสู่หายนะ  BrettHarrison88 https://twitter.com/BrettHarrison88/status/1614371358519042051  โดยใจความหลักก็จะเป็นการกล่าวถึง SBF ที่รวมไปถึงนิสัยใจคอ อย่างเช่นได้มีการกล่าวว่าซีอีโอตัวแสบมีอารมณ์แปรปรวน, หนีปัญหา, รับคำวิจารณ์ไม่ได้ รวมไปถึงตัด Brett Harrison ออกจากการตัดสินใจครั้งสำคัญต่างๆ ในองค์กร  ความสัมพันธ์ของผมกับ Sam Bankman-Fried และสมุนของเขาก้าวขึ้นมาสู่ขั้นหายนะ หลังจากเราได้โต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการของ FTX มาเป็นเวลาหลายเดือน  เขายังกล่าวว่าสมัยที่เคยทำงานกับ SBF ที่ ‘Jane Street’ บริษัทเพื่อการลงทุนในนิวยอร์ก (Brett Harrison เคยทำงานร่วมกับ Sam ก่อนที่จะก่อตั้ง FTX) ในขณะนั้นเขามองว่า Sam เป็นคนที่เก่งมาก มีฝีมือดี, ฉลาดหลักแหลม ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาเจอมาในรอบไม่กี่เดือนนี้  ผมเห็นตั้งแต่ความขัดแย้งแรกๆ ที่เกิดขึ้น ผมเห็นความไม่มั่นคงและความดื้อรั้นของหากเราเกิดคำถามกับการตัดสินใจของเขา ผมเห็นความอาฆาตแค้น ผมเห็นความไม่มั่นคงในอารมณ์ เขาไม่ใช่คนที่ผมเคยรู้จักอีกต่อไป  BrettHarrison88 https://twitter.com/BrettHarrison88/status/1614371378144374787  Harrison กล่าวว่าหลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง โดยเขาก็ได้จดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงปัญหาใหญ่ที่สุดที่กำลังขัดขวางองค์กรอยู่ และเขาจะลาออกหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข  แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือคำข่มขู่จาก Sam Bankman-Fried ว่าจะไล่เขาออก และจะทำลายภาพลักษ์ของเขาให้พังพินาศในสายงานนี้ และเขาก็ได้รับคำแนะนำว่าให้เขียนจดหมายขอโทษส่งกลับไปยัง Sam ซึ่งจดหมายนั้นก็ถูกร่างเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และนั่นเองจึงฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจาก FTX US  พร้อมกับทิ้งท้ายว่าเขาไม่เคยคิดว่าปัญหาเหล่านี้ สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงครั้งใหญ่ รวมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคยถูกเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะ รวมไปถึงตัวเขาที่เป็นถึงประธานของ FTX US และผู้บริหารคนอื่นๆ ที่อยู่กับ FTX US เช่นกัน  Brett Harrison ในขณะใส่เสื้อที่มีโลโก้ FTX ที่หน้าอก  ผมไม่เคยคิดมาก่อนแล้วว่าปัญหาเหล่านี้ (ที่ผมก็เคยเห็นในบริษัทใหญ่อื่นๆ ที่ผมเคยไปทำแต่ก็ไม่เชื่อว่าจะส่งผลต่อธุรกิจ) กลายเป็นการหลอกลวงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์  มันถูกเก็บเข้ากรุและไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา แผนทั้งหมดมีคนรู้แค่ Sam กับพวกวงในของเขาที่ FTX.com และ Alameda ที่ผมไม่เคยจะไปมีส่วนร่วมอะไรเลย รวมไปถึงผู้บริหารคนอื่นๆ ของ FTX US ด้วย  Brett Harrison ลาออกจากตำแหน่งประธาน FTX US เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2022 หลายเดือนก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น  อ่านข่าวต่อ - อดีตปธ. FTX US ระดมทุน 200 ลบ. เตรียมเปิดบริษัท Start-up ของตัวเอง - CryptoSiam  SBFSam Bankman-FriedFTXFTX USFTX.US

2023-01-17Defi
1
...
253255
...
1000