สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Vitalik Buterin เผยงบประมาณของ Ethereum Foundation ประจำปี 2023 หลังมีข้อสงสัยจากชุมชน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Vitalik Buterin เผยงบประมาณของ Ethereum Foundation ประจำปี 2023 หลังมีข้อสงสัยจากชุมชนVitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายของกองทุน Ethereum Foundation ประจำปี 2023 ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากมีความเห็นของคนในชุมชนเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ  Putawan Pulom  Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายของกองทุน Ethereum Foundation ประจำปี 2023 ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากมีความเห็นของคนในชุมชนเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ  จากโพสของ Vitalik Buterin ที่ได้เผยงบประมาณประจำปี 2023 ของ Ethereum Foundation รายละเอียดที่มีความน่าสนใจคือหมวด “new institutions” ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่กองทุนใช้สำหรับสนับสนุนองค์กรหรือหน่วยงานที่ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศของ Ethereum ที่ใช้ประมาณของกองทุนมากที่สุดถึง 36.5% รองลงมาคืองบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา Layer 1 (L1) หรือ Layer พื้นฐานของระบบ Ethereum ที่คิดเป็น 24.9% ของงบประมาณทั้งหมด  งบประมาณประจำปี 2023 ของ Ethereum Foundation ( ที่มา : Vitalik Buterin )  Josh Stark ตัวแทนจาก Ethereum Foundation ชี้แจงว่า งบประมาณที่ใช้วิจัยและพัฒนา Layer 1 นี้ ครอบคลุมถึงการสนับสนุนทีมพัฒนาภายนอกและการวิจัยภายในกองทุนเอง เช่น ทุนสนับสนุนแก่ผู้พัฒนา Go-Ethereum (Geth) ซึ่งเป็นไคลเอ็นต์หลักของ Ethereum และการวิจัยและพัฒนาภาษา Solidity ที่ใช้เขียนสัญญาอัจฉริยะบนเครือข่าย Ethereum รวมถึงการงบประมาณสำหรับจัดงาน Devcon (งานประชุมนักพัฒนาอีเธอเรียม) และอื่นๆ  ค่าใช้จ่ายอันดับ 3 ของ Ethereum Foundation คือหมวด การพัฒนาชุมชน (Community development) คิดเป็น 12.7% ส่วนที่เหลืออีก 25.9% แบ่งเป็น 4 หมวดย่อยได้แก่ ทุนสำหรับพัฒนาเทคโนโลยี Zero-Knowledgezero 10.4% การบริหารจัดการภายใน 7.7% การวิจัยและพัฒนา Layer 2 (L2) 1.4% และแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาอีก 6.5%  จุดเริ่มต้นของการออกมาชี้แจ้งในครั้งนี้คือ ก่อนหน้านี้ Kain Warwick นักพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi ชื่อดัง กล่าวหาว่า Vitalik Buterin และ Ethereum Foundation ไม่สนับสนุนระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลางหรือ DeFi (Decentralized Finance) โดยอ้างว่ากองทุนใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อยในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้งาน DeFi และใช้งบประมาณส่วนใหญ่ไปกับ “เรื่องไร้สาระ”  ทาง Vitalik Buterin ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ตัวเขาเองก็เป็นผู้ใช้งานและอยากสนับสนุนการใช้งาน DeFi แต่อยากให้มุ่งเน้นไปที่โครงการที่ยั่งยืนในระยะยาว และหลีกเลี่ยงโครงการที่เน้นผลลัพธ์ในระยะสั้นหรือไม่ยั่งยืน เช่น การฟาร์มสภาพคล่อง (liquidity farming) หรือโครงการที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวเพื่อเสกเหรียญขึ้นมาแล้วเทขายในตลาด  นอกจากการเปิดเผยงบประมาณในครั้งนี้แล้ว Ethereum Foundation ยังได้ร่วมกับ ETH Kipu เพื่อจัดเวิร์คช็อปสอนนักเรียนมัธยมปลายในกรุง Buenos Aires ประเทศอาร์เจนตินา เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ETH Kipu ยังได้ประกาศโครงการฝึกงานในสายงานบล็อกเชน และหลักสูตรออนไลน์สำหรับการเรียนภาษา Solidity ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียนสัญญาอัจฉริยะบนเครือข่าย Ethereum

2024-08-28Ethereum

NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว! หลังยอดขายรายสัปดาห์กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง- CryptoSiam

ข่าว NFTNFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว! หลังยอดขายรายสัปดาห์กลับมาเป็นบวกอีกครั้งตลาด NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากประสบกับการลดลงขอยอดการซื้อขายตลอดปี 2024 โดยเฉพาะบนเครือข่าย Polygon ซึ่งในปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 123.20% ภายใน 7 วันที่ผ่านมา  Putawan Pulom  ตลาด NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากประสบกับการลดลงขอยอดการซื้อขายตลอดปี 2024 โดยเฉพาะบนเครือข่าย Polygon ซึ่งในปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 123.20% ภายใน 7 วันที่ผ่านมา  ข้อมูลปริมาณการซื้อขาย NFTบน 5 BlockChian ที่ใช้สำหรับ NFT ( ที่มา : CryptoSlam )จำนวนผู้ซื้อ NFT ที่เพิ่มขึ้น  นอกจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณยอดขายรายสัปดาห์แล้ว จำนวนผู้ซื้อ NFT ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจาก CryptoSlam แสดงให้เห็นว่ามีผู้ซื้อ NFT มากกว่า 500,000 คน ตลอดช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 37.97% จากสัปดาห์ก่อนหน้า  ทั้ง 10 เครือข่ายหลักสำหรับซื้อขาย NFT ล้วนมีการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ซื้อ NFT ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Solana อยู่ที่อันดับ 1 ด้วยจำนวนผู้ซื้อ 220,304 ราย รองลงมาคือ Polygon ที่มีผู้ซื้อ 89,498 ราย และ Ethereum ที่มีผู้ซื้อ 44,188 ราย  ปริมาณการซื้อขายรายเดือนยังคงลดลง  แม้ว่าปริมาณยอดขาย NFT จะแสดงสัญญาณของการฟื้นตัว แต่การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของยอดขายรายสัปดาห์นั้น ไม่สามารถชดเชยแนวโน้มที่ลดลงของปริมาณยอดขายรายเดือนในตลาด NFT ได้  ตลาด NFT ได้แสดงให้เห็นถึงปริมาณยอดขายที่ลดลงถึง 45% ในไตรมาสที่สองของปี 2024 โดยมียอดขาย NFT อยู่ที่ 2.24 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2023  ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณยอดขายรายเดือนของ NFT ทั้งหมดลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 แต่จำนวนการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนทั้งหมดกลับเพิ่มขึ้นถึง 73% และในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ข้อมูลจาก CryptoSlam แสดงให้เห็นถึงปริมาณยอดขายของ NFT ทั้งหมดได้ลดลงกว่า 40%

2024-08-27NFT

Arkham เผย! การเทขาย ETH จาก Foundation Ethereum เคยทำให้ราคาเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า หลังพบการโอนออกอีกครั้งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Arkham เผย! การเทขาย ETH จาก Foundation Ethereum เคยทำให้ราคาเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า หลังพบการโอนออกอีกครั้งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาArkham เผยสถิติในปี 2020 โดยหลังจากที่ Ethereum Foundation ได้ทำการเทขาย 100,000 ETH ราคาของเหรียญ ETH ก็ได้พุ่งขึ้นมากกว่า 500% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ปัจจุบัน Ethereum Foundation ได้ทำการโอนย้ายเหรียญ ETH อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา  Putawan Pulom  Arkham เผยสถิติในปี 2020 โดยหลังจากที่ Ethereum Foundation ได้ทำการเทขาย 100,000 ETH ราคาของเหรียญ ETH ก็ได้พุ่งขึ้นมากกว่า 500% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ปัจจุบัน Ethereum Foundation ได้ทำการโอนย้ายเหรียญ ETH อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ทำการโอนเหรียญ Ethereum (ETH) จำนวน 35,000 ETH มูลค่าประมาณ 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกระดานเทรด Kraken  เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างคาดเดาและวิเคราะห์เกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์สินของ Ethereum Foundation  คำชี้แจงจาก Ethereum Foundation  Aya Miyaguchi ผู้อำนวยการบริหารของ Ethereum Foundation ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการโอน ETH ครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการบริหารจัดการทรัพย์สินขององค์กร เธอระบุว่าการโอนนี้เพื่อช่วยปรับสมดุลงบประมาณและไม่ถือเป็นการขาย  Miyaguchi กล่าวว่า Ethereum Foundation มีงบประมาณประจำปีอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนสำหรับการสนับสนุนโครงการและค่าจ้างพนักงาน แต่บางโครงการสามารถรับเงินชำระเป็นสกุลเงิน fiat เท่านั้น  ประวัติการขาย ETH ของ Ethereum Foundation  Arkham บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Ethereum Foundation เคยทำการขาย ETH จำนวน 100,000 ETH เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ในราคาประมาณ 635 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ หลังจากนั้นเพียง 5 เดือน ราคา ETH ได้พุ่งขึ้นสูงถึง 4,182 ดอลลาร์สหรัฐ และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ราคาได้แตะระดับสูงสุดในรอบปีที่ 4,891.70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นผลตอบแทนถึง 770% ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี  จุดที่มีการโอนย้ายเหรียญ ETH จาก Ethereum Foundation เทียบกับราคาราคา ETH  หลังจากการโอน ETH ของ Ethereum Foundation ราคาของ ETH ได้มีความผันผวนเล็กน้อย โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 2,656 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเป็น 2,808 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดที่ระดับ 2,743 ดอลลาร์สหรัฐต่อ ETH ในวันที่ 26 สิงหาคม  ภาพรวมของเหรียญ ETH ในปัจจุบัน ( ที่มา : coinmarketcap )  ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ทำการโอน ETH จำนวน 92,000 ETH มูลค่ากว่า 253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่ระบุตัวตน ปัจจุบันทางองค์กรยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนครั้งนี้  ปัจจุบัน Ethereum Foundation ยังคงถือครอง ETH อยู่ประมาณ 273,000 ETH มูลค่ากว่า 751 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การโอนย้าย ETH ของ Ethereum Foundation ในครั้งนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไป สุดท้ายแล้วเหรียญเหล่านี้ถูกโอนไปใช้ทำอะไรอาจเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อราคาของ ETH ในอนาคต

2024-08-26Ethereum

กองทุน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าสินทรัพย์รวมแตะหลัก 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว!- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กองทุน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าสินทรัพย์รวมแตะหลัก 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว!ตลาดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลของฮ่องกงมีข่าวดีอีกครั้ง เมื่อสินทรัพย์รวมของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  Putawan Pulom  ตลาดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลของฮ่องกงมีข่าวดีอีกครั้ง เมื่อสินทรัพย์รวมของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ข้อมูลจาก SoSo Value แสดงให้เห็นว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้งสามกองในฮ่องกงได้รับเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 247 BTC ในสัปดาห์นี้ ทำให้มูลค่ารวมของสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 4,450 BTC ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าของสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของ Bitcoin ETF เหล่านี้ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.113 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว  มูลค่าการถือครองของ Spot Bitcoin ETF ในฮ่องกง ( ที่มา : SoSo Value)  เมื่อดูที่ยอดการซื้อขายสินทรัพย์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF เหล่านี้จะพบว่าสองในสามของกองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดซึ่งเป็นกองทุนที่ถูกจัดการโดยบริษัท China Asset Management และ Harvest Asset Management ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด เนื่องจากกองทุน ETF ของ 2 บริษัทนี้ได้ดำเนินการร่วมกับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลที่มีชื่อว่า OSL และมีมูลค่าสินทรัพย์ย์ภายใต้การดูแลใน Bitcoin ETF รวมกันถึง 1.337 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า 63% ของตลาด Bitcoin ETF ทั้งหมดในฮ่องกง กองทุน Bitcoin ETF อันดับสามที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม OSL มีชื่อว่า BOSERA HASHKEY BTC ETF HKD ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 776 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นประมาณ 42% ของตลาด  ตำแหน่งเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งของ OSL บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในความสามารถในการบริหารจัดการและการดำเนินงานของบริษัท และแสดงให้เห็นถึงตัวเลือกที่ค่อนข้างน้อยสำหรับนักลงทุนในตลาด Bitcoin ETF ของฮ่องกง  แม้จะมีข่าวดีในครั้งนี้ แต่ Bitcoin ETF ของฮ่องกงก็ยังมีผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานมากเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ โดยเมื่อ Bitcoin ETF ของฮ่องกงเปิดตัวเมื่อวันที่ 30 เมษายน พวกเขาก็สามารถดึงดูดสินทรัพย์ภายใต้การดูแลไปได้กว่า 262 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์แรก ซึ่งส่วนใหญ่ของสินทรัพย์จำนวนนี้ถูกนักลงทุนจองล่วงหน้าก่อนที่กองทุนจะเปิดให้ซื้อขายจริง  แต่เงินทุนที่ไหลเข้าในสัปดาห์แรกนั้นกลับมีเพียงแค่ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแตกต่างอย่างมากจาก Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐอเมริกาที่มีการไหลเข้าหลักหลายพันล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ความแตกต่างนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่ฮ่องกงเผชิญในการวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลระดับโลก

2024-08-25อุตสาหกรรม

มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโต- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโตสถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  สถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโตแล้ว โดยกองทุน IBIT และ ETHA ของ BlackRock ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ตามลำดับ มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่ากองทุนทั้งหมดของ Grayscale ที่เคยครองตำแหน่งผู้นำตลาดมานาน  ข้อมูลจาก Arkham เผยว่าในปัจจุบัน กองทุนของ BlackRock มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 21.6 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้า Grayscale เล็กน้อย แม้ว่า Grayscale จะมีกองทุนให้เลือกหลากหลายกว่าก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของกองทุน BlackRock สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่มีต่อตลาดคริปโต และการยอมรับ Bitcoin และ Ethereum ในฐานะสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน  ( ที่มา : Arkham )  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งหันมาลงทุนในกองทุนของ BlackRock มากขึ้น เช่น Morgan Stanley ที่ขายหุ้น GBTC ของ Grayscale ออกไปทั้งหมด และหันมาลงทุนใน IBIT แทน ขณะที่ Goldman Sachs ก็ถือครองหุ้น IBIT เป็นจำนวนมากเช่นกัน  ข้อมูลการยอดการซื้อขายรายวันของ IBIT Bicoin ETF ของ BlackRock ( ที่มา : Nate Geraci )  Nate Geraci ผู้เชี่ยวชาญด้าน ETF จาก The ETF Store ได้ยืนยันผ่าน X ว่า IBIT ของ BlackRock มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยมีข้อมูลจาก SoSoValue สนับสนุนว่ากองทุนมีการไหลออกสุทธิเพียงวันเดียว นับตั้งแต่เปิดตัว  อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุน IBIT ของ BlackRock จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่กองทุน ETHA ยังไม่สามารถแซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด Ethereum ETF ได้ แม้ว่าจะยังไม่มีการไหลออกของเงินทุนก็ตาม  อันดับ Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ที่มีสินทรัพย์มากที่สุด ( ที่มา : SoSoValue )  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BlackRock ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งคือชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจากการที่ BlackRock เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นในการลงทุนกับกองทุนของบริษัท อีกส่วนหนึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพราะถึงแม้ว่าจะมีกองทุนให้เลือกน้อยกว่า Grayscale แต่กองทุนของ BlackRock ก็ได้ครอบคลุมสินทรัพย์หลักในตลาดคริปโตคือ Bitcoin และ Ethereum  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตอย่างมาก โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดกองทุนคริปโตที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ให้ความสำคัญกับ Bitcoin และ Ethereum มากขึ้น การที่ BlackRock แซงหน้า Grayscale และกลายเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโต ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดคริปโต และบ่งชี้ถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดในระยะยาว

2024-08-18Bitcoin

รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETFGoldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  ธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs สร้างความฮือฮาในวงการคริปโต ด้วยการเปิดเผยการถือครองหุ้นกองทุน Bitcoin ETF มูลค่ากว่า 418 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น  จากการเปิดเผยในรายงาน 13F พบว่า Goldman Sachs ได้ถือครองหุ้นในกองทุน iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock มากที่สุด โดยคิดรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 238 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Fidelity, Grayscale, Invesco Galaxy และอื่นๆ แบ่งเป็น  $238.6 ล้านดอลลาร์ ใน iShares Bitcoin Trust (6,991,248 หุ้น)  $79.5 ล้านดอลลาร์ ใน Fidelity Bitcoin ETF (1,516,302 หุ้น)  $35.1 ล้านดอลลาร์ ใน Grayscale BTC (660,183 หุ้น)  $56.1 ล้านดอลลาร์ ใน Invesco Galaxy Bitcoin (940,443 หุ้น)  $8.3ล้านดอลลาร์ ใน Bitwise Bitcoin ETF (253,961 หุ้น)  $749,469 ดอลลาร์ ใน WisdomTree Bitcoin (11,773 หุ้น)  $299,900 ดอลลาร์ ใน ARK 21Shares Bitcoin ETF (5,000 หุ้น)  ข้อมูลภาพรวมของ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ (ที่มา : Coinglass)  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Goldman Sachs ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่ต้องการเข้าถึงตลาด Bitcoin อย่างถูกกฎหมายและง่ายขึ้น โดยผ่านการลงทุนในกองทุน ETF ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐ  ปัจจัยที่ผลักดันให้สถาบันการเงินหันมาสนใจ Bitcoin ETFผลตอบแทนที่น่าสนใจ: Bitcoin สร้างผลตอบแทนที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนสถาบันมองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไรความต้องการของลูกค้า: ลูกค้าจำนวนมากแสดงความสนใจในการลงทุนใน Bitcoin และสถาบันการเงินจึงต้องตอบสนองความต้องการนี้การลดความเสี่ยง: การลงทุนใน Bitcoin ETF ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง  การเข้ามาของ Goldman Sachs สู่ตลาด Bitcoin ETF มีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยอมรับจากสถาบันการเงินรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น  การเติบโตของกองทุน Bitcoin ETF ทำให้เราเห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโต โดยในปี 2024 มีกองทุน Bitcoin ETF ใหม่เปิดตัวจำนวนมาก และกองทุนที่มีอยู่เดิมก็มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอาจมีสถาบันการเงินรายใหญ่รายอื่นๆ เข้ามาลงทุนใน Bitcoin ETF เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาด Bitcoin มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน  การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลเข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต และสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลภายในสหรัฐอเมริกา

2024-08-14Bitcoin

ยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัว- CryptoSiam

ข่าว Ethereumยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Ethereum ETFs ในสหรัฐอเมริกา พบการไหลเข้าของยอดซื้อขายรายสัปดาห์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ข้อมูลของ SoSoValue ซึ่งเป็นตัวติดตามข้อมูลการซื้อขายของ Spot Ethereum ETFs พบว่าทั้งเก้ากองทุนมียอดซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 104.8 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากการเปิดตัว หรือก็คือสัปดาห์เริ่มต้นด้วยวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม  Spot Ethereum ETF 3 สัปดาห์แรกหลังการเปิดตัว (ที่มา: SoSoValue)  จากข้อมูลระบุว่ามูลค่ารวมของการซื้อขายทั้งหมดของกองทุนเหล่านี้ตั้งแต่ วันที่ 5 สิงหาคม ถึง วันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ 1.87 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สินทรัพย์สุทธิของ Spot Ethereum ETFs เพิ่มขึ้นเป็น 7.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.34% ของมูลค่าตลาดรวมของ Ethereum ในปัจจุบัน  ตัวเลขการไหลเข้าดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับฐานครั้งใหญ่ของราคาเหรียญ Ethereum ซึ่งลดลงถึง 23% นับตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา  ในบรรดากองทุน Spot Ethereum ETFs ทั้งหมด มีอยู่หกกองทุนที่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวก โดยกองทุน iShares Ethereum Trust ของ BlackRock ขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ด้วยมูลค่าการไหลเข้า ถึง 188.4 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ล่าสุด และยังมียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่าถึง 900 ล้านดอลลาร์ ใน 13 วันของการซื้อขายและยังไม่มีวันที่มีการไหลออกเลยแม้แต่วันเดียว  คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของ BlackRock คือกองทุน Fidelity Ethereum Fund  ซึ่งมีการไหลเข้ามูลค่ากว่า 44.65 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่า 342 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่การเปิดตัว  ส่วนกองทุนอีก 4 กองที่พบการไหลเข้าภายในสัปดาห์ที่ผ่านมาประกอบด้วย Grayscales Mini Ethereum Trust มียอดการไหลเข้ามูลค่า 19.8 ล้านดอลลาร์, VanEck Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 16.6 ล้านดอลลาร์, Bitwise Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 11.7 ล้านดอลลาร์ และ Franklin Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 3.7 ล้านดอลลาร์  กองทุน 21Shares Core Ethereum ETF และ Invesco Galaxy Ethereum ETF ไม่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิในสัปดาห์นี้ หากไม่นับการไหลออกมูลค่ากว่า 180 ล้านดอลลาร์จาก Grayscales Ethereum Trust ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การไหลเข้าสุทธิของกองทุนทั้ง 9 กองทุนน่าจะสูงกว่านี้มาก  ตามข้อมูลจาก Farside Investors การไหลออกของสินทรัพย์จากกองทุน Spot Ethereum ETF ของ Grayscale ยังคงดำเนินต่อไป โดยมูลค่าสินทรัพย์ที่ไหลออกจากกองทุนนี้ปัจจุบันรวมแล้ว 2.3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การไหลออกสุทธิรวมของกองทุนทั้งเก้าแห่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 406.4 ล้านดอลลาร์ นับตั้บแต่การเปิดตัว  ที่มา : cointelegraph

2024-08-12Ethereum

ตัวชี้วัดของ CryptoQuant เผย! Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังราคายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinตัวชี้วัดของ CryptoQuant เผย! Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังราคายืนเหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ตัวชี้วัดตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant กลับมามีสัญญาณบวกอีกครั้ง หลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่งสัญญาณขาลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023  Putawan Pulom  ตัวชี้วัดตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant กลับมามีสัญญาณบวกอีกครั้ง หลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งส่งสัญญาณขาลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023  ตัวชี้วัดวัฏจักรของตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin หรือ Bitcoin bull-bear market cycle indicator จาก CryptoQuant ซึ่งใช้สำหรับติดตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด ได้เปลี่ยนแนวโน้มเป็นสัญญาณขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่แสดงสัญญาณขาลงติดต่อกันถึงสามวัน เนื่องจากราคาของ Bitcoin ร่วงลงถึงจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  โดยคุณ Young Ju ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ CryptoQuant ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อข้อมูลของตัวชี้วัดนี้บนบัญชี X เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เอาไว้ว่า  ตัวชี้วัดแบบ on-chain ส่วนใหญ่ของ Bitcoin ที่เคยอยู่ใกล้เส้นแบ่งระหว่างตลาดขาขึ้นและขาลง ตอนนี้ได้เปลี่ยนกลับมาส่งสัญญาณบ่งบอกถึงแนมโน้มของตลาดขาขึ้นแล้ว Bitcoin ได้ลงไปอยู่ในช่วงลดราคาเพียงแค่สามวันเท่านั้น  X@Ki_Young_Ju ตัวชี้วัดแสดงแนมโน้มเป็นขาลงเมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ (ที่มา: CryptoQuant)  โดยคุณ Young Ju ยังได้ระบุว่า “Bitcoin ได้ลงไปอยู่ในช่วงลดราคาเพียงแค่สามวันเท่านั้น” คำพูดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงถึง 49,751 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถูกเรียกว่า “Crypto Black Monday” นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ Bitcoin มีราคาลดลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์  หลังจากเหตุการณ์นั้น Bitcoin ก็ถูกซื้อขายต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap โดยขณะที่เขียนบทความนี้ Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 60,ุ600 ดอลลาร์  ราคาของ Bitcoin ลดลงต่ำลง 0.25% ใน 7 วันที่ผ่านมา (ที่มา: CoinMarketCap)  ตัวชี้วัดวัฏจักรตลาดขาขึ้น-ขาลงของ Bitcoin จาก CryptoQuant ไม่เคยแสดงสัญญาณขาลงนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากการล่มสลายของ FTX จนมาถึงการถล่มลงของตลาด Crypto เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา  ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังได้ลงไปแตะระดับ 17 (Extreme Fear) ในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของ FTX ปัจจุบันดัชนีดังกล่าวได้กลับมาอยู่ในระดับ 39 (Neutral)  นักเทรด Bitcoin บางคนเชื่อว่าการกลับตัวอย่างรวดเร็วนี้บ่งชี้ว่าการลดลงของราคาครั้งล่าสุดอาจเป็นกับดักขาลง ซึ่งหมายความว่ามีนักเทรดรายใหญ่เทขาย Bitcoin ในลักษณะควบคุมทำให้ราคาสินทรัพย์ลดลงชั่วคราว เพื่อดักนักเทรดที่เล่นสั้น

2024-08-11Bitcoin

ปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย- CryptoSiam

กฎหมาย และประกาศปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซียปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย  Putawan Pulom  ปูตินเปิดทางรัซเซียสู่ยุคดิจิทัล ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศให้การขุด Bitcoin, Crypto ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศรัสเซีย  ประธานาธิบดีปูตินได้ลงนามในกฎหมายฉบับใหม่ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในการค้าขายระหว่างประเทศ และผลักดันให้รัสเซียเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว  หนึ่งในมาตรการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการเปิดให้บริษัทและบุคคลทั่วไปสามารถขุดสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลจะกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อควบคุมกิจกรรมนี้ เช่น การกำหนดให้บริษัทขุดรายใหญ่ต้องลงทะเบียนกับรัฐบาล และกำหนดขีดจำกัดการใช้พลังงานสำหรับผู้ขุดรายย่อย  การอนุญาตให้ขุดสกุลเงินดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ในการสร้างระบบการเงินที่เป็นอิสระจากสกุลเงินหลักของโลกอย่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรัสเซียหวังว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ และลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังมาพร้อมกับข้อจำกัดบางประการ เช่น การห้ามโฆษณาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลบางประเภท เพื่อป้องกันการฉ้อโกงและปกป้องผู้บริโภค  กฎหมายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารกลางรัสเซีย และกระทรวงการคลัง จะร่วมกันกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของกฎระเบียบเหล่านี้อีกครั้ง  ที่มา X@ki_young_ju  โดย 18 ชั่วโมงผ่านมา ‘Ki Young Ju’ CEO ของ CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ได้เผยข้อมูล BTC: Mining Pool Dominance by Country หรือข้อมูลเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งของกำลังขุดจากทั่วโลก และได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการยอมรับการขุด Cryptocurrency ของรัซเซียไว้ว่า  ดูเหมือนว่ารัสเซียกำลังพยายามเร่งตามสหรัฐอเมริกา โดยมีความสนใจใน Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับประเทศ  การเข้ามาของรัสเซียจะช่วยเพิ่มกำลังการขุด เสริมสร้างพื้นฐานของเครือข่าย และเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มเหมืองขุด  ปัจจุบัน Mining Pool จากจีนควบคุมกำลังการขุดถึง Bitcoin 57 % จากทั้งหมด ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีส่วนแบ่ง 35% จากทั้งหมด  X@ki_young_ju  เขายังได้บอกอีกว่า ข้อมูล BTC: Mining Pool Dominance by Country อิงตามอัตรา Hashrate จาก Mining pool ของทวีปต่างๆ ไม่ได้อิงตามตำแหน่งของประเทศที่แน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถระบุที่อยู่ของ Hashrate ที่แน่นอนตามตำแหน่งได้ แต่นักขุดส่วนใหญ่ใน Mining pool ของจีนเป็นชาวจีนหรือชาวเอเชีย และนักขุดจากสหรัฐอเมริกาใช้ Mining pool ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา การอิงตามอัตรา Hashrate จาก Mining pool ของทวีปต่างๆ จึงสามารถบ่งบอกถึงที่มาของอัตรา Hashrate ที่แท้จริงได้

2024-08-09อุตสาหกรรม

นักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo คาดการณ์ ราคา Bitcoin อาจพุ่งไปอีก 975% เป็นอย่างต่ำ ด้วยเหตุผลนี้!- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinนักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo คาดการณ์ ราคา Bitcoin อาจพุ่งไปอีก 975% เป็นอย่างต่ำ ด้วยเหตุผลนี้!นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง Willy Woo ออกมาวิเคราะห์ราคา Bitcoin (BTC) ในอนาคต 700,000 ดอลลาร์อาจคือราคาต่ำสุด!  Putawan Pulom  นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง Willy Woo ออกมาวิเคราะห์ราคา Bitcoin (BTC) ในอนาคต 700,000 ดอลลาร์อาจคือราคาต่ำสุด!  เมื่อวันที่ี 1 สิงหาคมที่ผ่านมา Willy Woo นักวิเคราะห์ข้อมูล On-Chain ชื่อดัง ได้เผยถึงแผนการวิเคราะห์ Bitcoin ของเขากับผู้ติดตาม 1.1 ล้านคนบนแพลตฟอร์ม X ว่าถ้าหาก Bitcoin ครองส่วนแบ่งได้ถึง 3% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลก มันจะพุ่งขึ้นมากกว่า 975% จากมูลค่าในปัจจุบัน  ไม่มีใครรู้ว่าราคาสูงสุดของ Bitcoin จะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่การคำนวณง่ายๆ ก็สามารถบ่งบอกถึงราคาสูงสุดสามารถเกิดขึ้นได้ ในปัจจุบันสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลกมีมูลค่า 500 ล้านล้านดอลลาร์ หาก BTC ได้ครองส่วนแบ่งทั้งหมด (ซึ่งเป็นไปไม่ได้) มันจะมีราคาเท่ากับ 24 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญ (มูลค่าปัจจุบันก่อนปรับเงินเฟ้อในอนาคต)  คำถามคือ การถือครองที่สมเหตุสมผลสำหรับทุกคนควรจะเป็นเท่าไหร่?  การบริหารความมั่งคั่งนั้นค่อนข้างคาดเดาได้ และการเคลื่อนไหวของเงินทุนมักจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ตามหลักการและความรู้ที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการการเงิน  ถึงแม้ว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Fidelity บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก ก็ได้แนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนประมาณ 1-3% ใน Bitcoin ขณะเดียวกันเราเห็นตัวเลขการจัดสรรเงินลงทุนสูงถึง 85% จาก BlackRock  ถ้าหากเราคิดว่า 3% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลก เป็นการจัดสรรการลงทุนที่สมเหตุสมผลต่อ Bitcoin (และนั่นคือตัวเลขที่เราเคยเผยในปี 2014) ราคาที่ต่ำที่สุดของการประเมินมูลค่าของ Bitcoin คือ 700,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ  เป้าหมาย: ต่ำสุด $700k สูงสุด $24m  Willy Woo ยังได้เผยแผนภูมิการยอมรับ Bitcoin ( Bitcoin Adoption S-curve) ที่เปรียบเทียบอัตราการยอมรับ Bitcoin กับอัตราการยอมรับของอินเทอร์เน็ต โดย Adoption S-curve มักถูกใช้เพื่อติดตามอัตราสะสมของผู้คนที่ในยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัจจุบันการยอมรับ Bitcoin อยู่ที่ 4.7% เขาเชื่อว่า Bitcoin จะมีราคาแตะหกหลักเป็นครั้งแรกมีเมื่อการยอมรับทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 16% ถึง 50%  สุดท้าย Woo ได้กล่าวว่า ในที่สุดแล้วมูลค่าตลาดของ Bitcoin อาจมีมูลค่ามากกว่าสกุลเงิน Fiat ทั้งหมดในระบบ ส่งผลให้เมื่อถึงเวลานั้น นักลงทุนทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง และการวิเคราะห์ที่มากยิ่งขึ้นเพื่อมองหาการลงทุนอื่นที่มีศักยภาพหรือผลตอบแทนสูงกว่าการเก็บออม Bitcoin เพียงอย่างเดียว  เมื่อมูลค่าตลาดของ Bitcoin ใหญ่เกินกว่าสกุลเงิน fiat ทั้งหมดบนโลก คุณจะไม่สนใจราคาสูงสุดของมัน ความคิดแบบนั้นคือความคิดแบบ fiat ของสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  หลังจากจุดเปลี่ยนนี้ คุณจะมองหาแต่การลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าการเก็บออม Bitcoin ได้เท่านั้น ซึ่งเริ่มต้นจากบริษัทที่เก็บผลกำไรไว้ใน Bitcoin  Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท MicroStrategy เป็น CEO ของบริษัทสาธารณะรายแรกที่รู้เรื่องนี้ และกำลังจะมีอีกหลายคน  ที่มา : DilyHodl  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-08-02Bitcoin
1
...
3133
...
1000