สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

หุ้น BitMine Strategy และ SharpLink พุ่งแรง แซงหน้าการฟื้นตัวของตลาดคริปโต- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่หุ้น BitMine Strategy และ SharpLink พุ่งแรง แซงหน้าการฟื้นตัวของตลาดคริปโตหุ้นของบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ปรับตัวขึ้นแรงในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมี BitMine นำโด่งเหนือบริษัทอื่น และยังฟื้นตัวเร็วกว่าตลาดคริปโตโดยรวม ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  Putawan Pulom  หุ้นของบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ปรับตัวขึ้นแรงในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมี BitMine นำโด่งเหนือบริษัทอื่น และยังฟื้นตัวเร็วกว่าตลาดคริปโตโดยรวม ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  นักลงทุนในภาคคริปโตกลับมาให้ความสนใจกับหุ้นของบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในงบดุล (Digital Asset Treasuries – DATs) อย่างชัดเจนในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มนี้ปรับขึ้นแรงและฟื้นตัวเร็วกว่าตลาดคริปโตที่ยังขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในภาพรวม  ข้อมูลจาก Google Finance ระบุว่า BitMine Immersion Technologies เป็นผู้นำการปรับตัวของกลุ่ม DATs ด้วยการพุ่งขึ้นเกือบ 20% หุ้น BMNR ของบริษัทดีดจากระดับต่ำกว่า 27 ดอลลาร์ไปปิดเหนือ 31 ดอลลาร์ และยังคงรักษาระดับไว้ได้ในช่วงซื้อขายนอกเวลาทำการ สอดคล้องกับราคาของ Ether ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน  ราคาหุ้น BitMine ฟื้นตัวอย่างมั่นคงในช่วงสัปดาห์นี้ ( ที่มา : Google Finance )  แม้ว่าหุ้นของ BitMine จะร่วงลงกว่า 50% ตั้งแต่ตลาดคริปโตทำจุดสูงสุดในช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่หากมองกรอบเวลาที่นานกว่านั้น ตั้งแต่บริษัทเริ่มกลยุทธ์สะสม Ether ในเดือนมิถุนายน ราคาหุ้นยังคงเพิ่มขึ้นมากถึง 630% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดที่ยังมีอยู่  ในฝั่งของ DAT รายใหญ่อื่น ๆ หุ้น SharpLink Gaming (SBET) ซึ่งเป็นผู้ถือ Ether รายใหญ่อันดับที่ 2 ก็ขยับขึ้นเกือบ 6% เช่นกัน ขณะที่หุ้นของ Strategy (MSTR) ที่นำโดย Michael Saylor เพิ่มขึ้น 5% ปิดที่ 179 ดอลลาร์ในวันเดียวกัน  นักวิเคราะห์การเงิน Ted Pillows ระบุว่า หุ้นของบริษัทที่ถือครอง Ether ยังไม่แสดงสัญญาณสร้างฐานราคาอย่างชัดเจน แต่หากเกิดการกลับตัวขึ้นจริง อาจเป็นตัวจุดประกายให้ราคา Ether ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตามมา  ความร้อนแรงของหุ้น DAT ยังโดดเด่นกว่าตลาดคริปโตซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 2.1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมูลค่าตลาดรวมยังเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป  BitMine ถือ Ether แตะ 3% ของซัพพลายทั้งหมด  หนึ่งในปัจจัยที่สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทคือการสะสม Ether อย่างต่อเนื่องท่ามกลางภาวะตลาดอ่อนตัว BitMine เพิ่งผ่านหมุดหมายสำคัญด้วยการถือครอง Ether คิดเป็น 3% ของซัพพลายทั้งหมด โดยประธานบริษัท Tom Lee ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทยังเดินหน้าเก็บสะสมเพิ่มเพื่อถือครองให้ถึงเป้า 5% ของซัพพลายทั้งหมดในตลาด  ตามข้อมูลจาก StrategicEthReserve บริษัททั้งหมดถือครอง Ether อยู่ที่ 3.63 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่า 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่งซื้อเพิ่มอีก 69,822 ETH ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนกลยุทธ์ “ซื้อในช่วงการปรับฐาน” ที่บริษัทยังคงทำมาอย่างสม่ำเสมอ  ความสนใจจากนักลงทุนสถาบันก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย “BMNR Bullz” เผยข้อมูลจาก Nasdaq ว่าสัดส่วนการเข้าถือหุ้น BitMine ของสถาบันเพิ่มขึ้นจาก 6% ไปสู่ 31.7% ภายในเวลาเพียง 13 วัน ซึ่งถือเป็นการไหลเข้าที่รวดเร็วผิดปกติของหุ้นกลุ่มนี้  Ether ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ราคาของ Ether ดีดขึ้นราว 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แตะระดับสูงสุดที่ 2,980 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเผชิญแรงขายและปรับลงเล็กน้อย แม้จะฟื้นตัว แต่ ETH ยังลดลงกว่า 41% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคมที่ 4,946 ดอลลาร์  Tom Lee ให้ความเห็นว่า ความอ่อนแรงของราคาคริปโตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นผลจากสภาพคล่องที่ปรับตัวลดลงตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม รวมถึงโครงสร้างราคาเชิงเทคนิคที่ยังไม่แข็งแรง ซึ่งยังคงจำกัดการฟื้นตัวในระยะสั้น

2025-11-25Ethereum

กลุ่มผู้ถือครอง ETH ระยะยาว เทขายวันละ 45,000 ETH นักวิเคราะห์ชี้มีความเสี่ยงร่วงแตะ $2,500- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กลุ่มผู้ถือครอง ETH ระยะยาว เทขายวันละ 45,000 ETH นักวิเคราะห์ชี้มีความเสี่ยงร่วงแตะ $2,500Ether อาจเผชิญการปรับฐานลงอีกราว 23% สู่ระดับ $2,500 หากกลุ่มผู้ถือระยะยาวยังคงเทขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ถึงเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่แนวโน้มขาขึ้นจะกลับมา  Putawan Pulom  Ether อาจเผชิญการปรับฐานลงอีกราว 23% สู่ระดับ $2,500 หากกลุ่มผู้ถือระยะยาวยังคงเทขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ถึงเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่แนวโน้มขาขึ้นจะกลับมา  ตลาด Ether เผชิญแรงขายจากกลุ่มผู้ถือสินทรัพย์ระยะยาวอย่างชัดเจน โดยข้อมูลบนบล็อกเชน ชี้ว่ากลุ่มผู้ที่ถือ ETH นานกว่า 155 วันกำลังเพิ่มปริมาณการขาย หลังราคาหลุดระดับแนวรับสำคัญเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  จากการวิเคราะห์ของ Glassnode โดยดูจาก Spent Volume by Age ร่วมกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 90 วัน พบว่า มี ETH ถูกโอนย้ายออกจากกระเป๋ากลุ่มผู้ถือครอง 3–10 ปีราว 45,000 ETH ต่อวัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ $140 ล้าน  Glassnode ระบุว่า “ระดับการขายของกลุ่มผู้ถือระยะยาวในครั้งนี้ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021”  ปริมาณการเคลื่อนย้าย Ethereum แยกตามระยะเวลาถือครอง ( ที่มา : Glassnode )  แรงขายดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส เงินไหลออกจาก Spot Ethereum ETF ที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ETF เหล่านี้มีเงินไหลออกสุทธิกว่า $259 ล้าน ซึ่งถือเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม และเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันที่มีกระแสเงินไหลออก  กระแสเงินทุนของ Spot Ether ETF ( ที่มา : SoSoValue )  ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงปัจจุบัน Spot Ethereum ETF มีเงินไหลออกรวมแล้วกว่า $1.42 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ถึงแรงขายจากสถาบันที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานของราคา ETH  สัญญาณบนบล็อกเชนสะท้อนความต้องการใช้งานเครือข่ายที่ลดลง  ข้อมูลบนบล็อกเชนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าความต้องการใช้งานเครือข่าย Ethereum กำลังอ่อนแรงลง โดยแม้ Ethereum ยังครองส่วนแบ่ง 56% ของ Total Value Locked (TVL) ทั้งตลาด แต่ TVL ก็ลดลงถึง 21% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก DefiLlama  ค่าธรรมเนียมของแต่ละบล็อกเชนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ( ที่มา : Nansen )  ค่าธรรมเนียมของเครือข่ายสะท้อนภาพที่น่ากังวลเช่นกัน โดยรายได้จากค่าธรรมเนียมในช่วง 30 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ $27.54 ล้าน ลดลงกว่า 42% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความต้องการใช้งานเริ่มชะลอตัวลง และกดดันราคา ETH ให้ปรับตัวลดลงใกล้ระดับ $3,000  ในช่วงเดียวกัน Solana มีค่าธรรมเนียมลดลงเพียง 9.8% ขณะที่ BNB Chain ลดลง 45% ตอกย้ำภาวะตลาดที่อยู่ในเชิงลบมากขึ้น รวมถึงบรรยากาศความกลัวในตลาดที่กลับมาสู่ระดับเดียวกับช่วงการเทขายหลังการประกาศมาตรการภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อเดือนเมษายน  Bear Flag ชี้เป้าราคาที่ $2,500 หากไม่สามารถยืนเหนือ $3,000 ได้  นักวิเคราะห์จำนวนมากเตือนว่าแนวโน้มราคาในปัจจุบันแสดงสัญญาณลบ หากไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น โดย ระดับ $3,350 ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ (50-week EMA) ถือเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญ  นักวิเคราะห์ Bitcoinsensus ระบุในโพสต์บน X ว่า “Ethereum หลุดเส้น 50-week EMA ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญในระยะยาว หากไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือระดับนี้ได้อย่างรวดเร็ว แนวโน้มก็ยังคงเป็นขาลง”  การวิเคราะห์ของ Bitcoinsensus บนกราฟ ETH/USD รายสัปดาห์ ( ที่มา : Bitcoinsensus )  สถิติราคาครั้งก่อนชี้ว่า เมื่อ ETH หลุดระดับดังกล่าวในต้นปีที่ผ่านมา ราคาปรับตัวลดลงถึง 60% จาก $3,400 สู่ $1,380 ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนเมษายน  ในกราฟรายวัน ETH ได้ยืนยันรูปแบบ Bear Flag

2025-11-15Ethereum

BitMine กว้านซื้อ Ether เพิ่ม 34% ในสัปดาห์เดียว มูลค่าคลังสะสมพุ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่BitMine กว้านซื้อ Ether เพิ่ม 34% ในสัปดาห์เดียว มูลค่าคลังสะสมพุ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์บริษัท BitMine Immersion Technologies เดินหน้าซื้อ Ether อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มการสะสมขึ้นอีก 34% จากสัปดาห์ก่อนหน้า รวมทั้งสิ้น 110,288 ETH ขณะที่บริษัทตั้งเป้าถือครอง 5% ของอุปทานทั้งหมดในตลาด  Putawan Pulom  บริษัท BitMine Immersion Technologies เดินหน้าซื้อ Ether อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มการสะสมขึ้นอีก 34% จากสัปดาห์ก่อนหน้า รวมทั้งสิ้น 110,288 ETH ขณะที่บริษัทตั้งเป้าถือครอง 5% ของอุปทานทั้งหมดในตลาด  บริษัท BitMine Immersion Technologies ยังคงเร่งถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของตน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เพิ่มการสะสม Ether (ETH) ขึ้นอีก 34% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่ากลยุทธ์การลงทุนระยะยาวของบริษัทกำลังดำเนินอย่างต่อเนื่อง  ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา BitMine เปิดเผยว่าได้ซื้อเพิ่มอีก 110,288 ETH ทำให้ยอดการถือครองรวมอยู่ที่ 3,505,723 Ether โดนมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,639 ดอลลาร์ต่อเหรียญ  ( ที่มา : BitMine )Tom Lee มอง Ethereum คือ “Supercycle” ระยะยาวของ Wall Street  Tom Lee ประธานบริษัท BitMine และผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors กล่าวว่าการร่วงลงของราคา ETH ล่าสุดเป็น “โอกาสทองในการเข้าซื้อ” พร้อมชี้ว่า Wall Street กำลังให้ความสนใจในเทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์จริงไปสู่รูปของโทเค็น (Tokenize) อย่างจริงจัง  “เห็นได้ชัดว่า Wall Street สนใจการนำสินทรัพย์จริงขึ้นสู่บล็อกเชน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเพิ่มมูลค่าใหม่ให้กับผู้ให้บริการและนักลงทุน ซึ่งนี่คือปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ตอกย้ำว่า Ethereum อยู่ในวัฏจักรขาขึ้นระยะยาว หรือ ‘Supercycle’ สำหรับทศวรรษต่อไป” Tom Lee กล่าว  ถือครองแล้วเกือบ 3% ของอุปทานทั้งหมด  จากข้อมูลของบริษัท ปัจจุบัน BitMine ถือครอง ETH รวมคิดเป็น 2.9% ของอุปทานทั้งหมด 120.69 ล้านเหรียญ โดยมีมูลค่ารวมราว 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครองให้ถึง 5% ของอุปทานรวมในอนาคต  BitMine ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจเหมืองขุดคริปโต ได้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลและคลังคริปโตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับ Ethereum  หุ้น BitMine พุ่งกว่า 400% ตั้งแต่ต้นปี  แม้ราคา Ether ปัจจุบันจะอยู่ที่ 3,561 ดอลลาร์ ลดลง 13.4% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ BitMine ยังคงมองบวก โดย Lee เคยคาดการณ์ในเดือนตุลาคมว่า ETH จะพุ่งแตะ 10,000–12,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งหมายถึงจะต้องเพิ่มขึ้นอีกกว่า 180% จากระดับราคาปัจจุบัน  ขณะเดียวกัน หุ้นของ BitMine ภายใต้ชื่อย่อ BMNR ก็ปรับตัวแรงในปีนี้ โดยพุ่งขึ้นกว่า 400% นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ล่าสุดมีราคาซื้อขายที่ราว 41.15 ดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท

2025-11-11Ethereum

นักวิเคราะห์ชี้! Bitcoin อาจเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ได้ หลัง “รายใหญ่รุ่นเก่า” เทขายทำกำไรจบลง- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinนักวิเคราะห์ชี้! Bitcoin อาจเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ได้ หลัง “รายใหญ่รุ่นเก่า” เทขายทำกำไรจบลงนักวิเคราะห์ระบุว่าแรงขายจากผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาด โดยมีมูลค่าการทำกำไรแตะระดับสูงสุดราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน  Putawan Pulom  นักวิเคราะห์ระบุว่าแรงขายจากผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาด โดยมีมูลค่าการทำกำไรแตะระดับสูงสุดราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน  นักวิเคราะห์มองว่าเส้นทางฟื้นตัวของ Bitcoin อาจยังต้องใช้เวลา หากกลุ่มผู้ถือครองระยะยาว (Long-Term Holders) ยังคงเทขายเพื่อทำกำไรต่อเนื่อง  James Check นักวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดัง กล่าวว่า การที่ตลาดคริปโตยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ “ไม่ได้เกิดจากการปั่นราคาในตลาด” แต่เป็นเพราะ “แรงขายจากรายใหญ่ที่ถือครองมานาน”  เขาเสริมว่า ปริมาณแรงขายจากผู้ถือครองระยะยาวในรอบนี้ “กำลังถูกมองข้าม” และถือเป็น “แรงกดดันสำคัญของตลาดในตอนนี้” โดยกราฟที่เขาเผยแพร่แสดงให้เห็นว่า อายุเฉลี่ยของเหรียญที่ถูกขาย (Spent coins) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวกำลังทยอยขายทำกำไร  ข้อมูลอีกชุดหนึ่งแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการขายทำกำไรบนบล็อกเชน (Realized Profit) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ มูลค่าการขาดทุนบนบล็อกเชน อยู่ที่ 430 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับสามของรอบตลาดในปัจจุบัน ส่วน มูลค่าของเหรียญเก่าที่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง (Revived Supply) อยู่ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน สูงสุดเป็นอันดับสองของรอบนี้  Bitcoin ที่ถือครองนานกลับมาเคลื่อนไหวในตลาดขณะที่ผู้ถือระยะยาวขายทำกำไร ( ที่มา : James Check )เทขายเปลี่ยนมือสู่สถาบัน  นักลงทุนคริปโต Will Clemente กล่าวว่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ Bitcoin อยู่ในภาวะที่ถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก “เป็นการเปลี่ยนมือจาก นักลงทุนยุคเก่าไปยังนักลงทุนสถาบัน (TradFi)” ซึ่งสามารถเห็นได้จากข้อมูลบนบล็อกเชน  “กลไกนี้อาจไม่สำคัญในระยะยาว แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงที่ตลาดกำลังปรับสมดุลระหว่างวาฬรุ่นเก่ากับวาฬรุ่นใหม่” Clemente กล่าว  ขณะที่ Mike Novogratz CEO ของ Galaxy Digital กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Raoul Pal เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “คนในวงการ Bitcoin หลายคนถือมันมานานมาก และตอนนี้พวกเขาเริ่มอยากจะใช้เงินซะที”  เขาเสริมว่าเขามีเพื่อนหลายคนที่นำกำไรจาก Bitcoin ไปซื้อ “เรือยอชต์ หรือหุ้นในทีมกีฬา” พร้อมอธิบายว่า “ตอนนี้เป็นเพียงช่วงพักฐานของตลาด หลังผู้ถือรายใหญ่ขายทำกำไรจากรอบก่อนหน้าเท่านั้น”  Novogratz ยังยืนยันว่าแหล่งอุปทานหลักที่บริษัทของเขาเห็นในตลาดช่วงนี้มาจาก “ผู้ลงทุนที่ถือครองมานาน” และ “นักขุด” เท่านั้น  แนวรับหลักยังคงแข็งแกร่ง  ตามข้อมูลจาก TradingView Bitcoin ปิดแท่งรายสัปดาห์ที่บริเวณ 108,700 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่ยังไม่หลุดกลับลงไป  นักวิเคราะห์ Rekt Capital ยังกล่าวอีกว่า “ตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือแนวรับนี้ได้ มีโอกาสสูงที่ BTC จะดีดกลับขึ้นไปเหนือ 120,000 ดอลลาร์ในระยะต่อไป ความมั่นคงของระดับราคาในปัจจุบันจึงเป็นปัจจัยสำคัญของตลาด”  ณ เวลาที่รายงานข่าวนี้ Bitcoin ดีดกลับมาเหนือระดับ 110,000 ดอลลาร์ แต่ยังคงมีแนวต้านสำคัญอยู่เหนือระดับดังกล่าวเล็กน้อย โดยนักวิเคราะห์มองว่าการดูดซับแรงขายจากกลุ่มผู้ที่ถือครองระยะยาวจะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นครั้งใหม่ในที่สุด  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวการลงทุนการลงทุนนักลงทุนสถาบันนักลงทุนรายใหญ่นักลงทุนลงทุนบิทคอยน์วิเคราะห์ราคานักวิเคราะห์วิเคราะห์คริปโตวิเคราะห์ผลวิเคราะห์

2025-10-20อุตสาหกรรม

Ethereum Foundation แปลง 1,000 ETH เป็น Stablecoin ใช้หนุนทุนวิจัย-โครงการ DeFi- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum Foundation แปลง 1,000 ETH เป็น Stablecoin ใช้หนุนทุนวิจัย-โครงการ DeFiEthereum Foundation ขาย Ether จำนวน 1,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็น Stablecoin สำหรับสนับสนุนงานวิจัย ทุนโครงการ และการพัฒนา DeFi  Putawan Pulom  Ethereum Foundation ขาย Ether จำนวน 1,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็น Stablecoin สำหรับสนับสนุนงานวิจัย ทุนโครงการ และการพัฒนา DeFi  Ethereum Foundation ระบุว่าการทำธุรกรรมล่าสุดทำผ่าน CoW Swap โปรโตคอลซื้อขายแบบกระจายศูนย์ที่รวบรวมสภาพคล่องจากหลายตลาด เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบรวมศูนย์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เปิดเผยว่า Stablecoin ที่ได้รับเป็นสกุลไหน  ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นหลังจาก Ethereum Foundation เคยประกาศในเดือนกันยายนว่าจะทยอยขาย ETH อีก 10,000 ETH ไปเป็น Stablecoin ในช่วงหลายสัปดาห์ แม้จะไม่ชัดเจนว่าการขายล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวหรือไม่ แต่การทำผ่าน CoW Swap แทนการใช้ตลาดรวมศูนย์ บ่งชี้ว่าอาจเป็นดีลแยกต่างหาก  ( ที่มา : Ethereum Foundation )  ตาม Ethereum Foundation Treasury Policy องค์กรตั้งเป้า “รักษาสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับบทบาทการเป็นผู้ดูแลระบบนิเวศ” โดยให้ความสำคัญกับ DeFi เป็นพิเศษ การใช้งาน Stablecoin ภายในองค์กรยังสะท้อนถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงและจัดการเงินทุนให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม  ขณะเดียวกัน Ethereum Foundation ก็ได้หยุดรับคำขอให้ทุนใหม่ชั่วคราวในโครงการ Ecosystem Support Program หลังจากมีผู้สมัครจำนวนมาก โดยจะคัดเลือกเฉพาะโครงการที่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ทรัพยากรใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนหน้านี้ มูลนิธิยังปรับโครงสร้างองค์กร โดยแต่งตั้ง Hsiao-Wei Wang และ Tomasz K. Stańczak เป็นผู้อำนวยการร่วม รวมถึงมีการปรับทีมพัฒนาหลักและปลดพนักงานบางส่วนในเดือนมิถุนายน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์ขององค์กร  Ethereum ยังคงครองความเป็นผู้นำด้าน DeFi  Ethereum ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในตลาด DeFi ด้วยส่วนแบ่งของ มูลค่าเหรียญรวมที่ถูกล็อก (TVL) อยู่ที่ประมาณ 68% แม้จะมีการแข่งขันจากบล็อกเชนอื่นๆ  ส่วนแบ่งตลาด DeFi ของ Ethereum ลดลงนับตั้งแต่ปี 2564 แต่ก็ยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ( ที่มา : DefiLlama )  Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาย้ำเมื่อเร็วๆ นี้ว่า DeFi แบบ “ความเสี่ยงต่ำ” เช่น การชำระเงิน การออม และการกู้ยืมที่มีหลักประกันเต็มรูปแบบ จะกลายเป็นฐานรายได้ระยะยาวของเครือข่าย เปรียบเทียบเหมือน Google Search ที่เป็นเสาหลักของธุรกิจ Google  อ้างอิง : Cointelegraph  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-10-04Defi

Samson Mow ชี้การยอมรับ Bitcoin ระดับชาติใกล้เข้าสู่ช่วง “จริงจัง” หลังจากผ่านช่วงค่อยเป็นค่อยไป- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Samson Mow ชี้การยอมรับ Bitcoin ระดับชาติใกล้เข้าสู่ช่วง “จริงจัง” หลังจากผ่านช่วงค่อยเป็นค่อยไปSamson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัท Jan3 ระบุว่าการยอมรับ Bitcoin โดยรัฐกำลังสิ้นสุดช่วง “ค่อยเป็นค่อยไป” และเริ่มเข้าสู่ช่วงเดินหน้าอย่าง “จริงจัง” โดยคาดว่าในไม่ช้าอาจเห็นกระแสการเข้าซื้อ Bitcoin อย่างเร่งด่วนจากหลายประเทศ  Putawan Pulom  Samson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัท Jan3 ระบุว่าการยอมรับ Bitcoin โดยรัฐกำลังสิ้นสุดช่วง “ค่อยเป็นค่อยไป” และเริ่มเข้าสู่ช่วงเดินหน้าอย่าง “จริงจัง” โดยคาดว่าในไม่ช้าอาจเห็นกระแสการเข้าซื้อ Bitcoin อย่างเร่งด่วนจากหลายประเทศ  Samson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Bitcoin Jan3 กล่าวในพอดแคสต์ What Bitcoin Did ว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังเปลี่ยนท่าทีจากความสงสัยในอดีต มาสู่การเตรียมใช้งาน Bitcoin อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในฐานะ Strategic Bitcoin Reserve  “เรากำลังอยู่ปลายทางของช่วง ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ และกำลังเข้าสู่เฟสการใช้งานอย่าง ‘จริงจัง’” Mow กล่าว พร้อมเสริมว่ากระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ “การแข่งกันซื้อ Bitcoin ของรัฐแต่ละประเทศ”  Samson Mow ให้สัมภาษณ์กับDanny Knowles ในพอดแคสต์ What Bitcoin Did ( ที่มา : What Bitcoin Did )  แม้ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve แล้ว แต่ Mow ชี้ว่าสหรัฐฯ ยังไม่เริ่มเข้าซื้อจริง อย่างไรก็ตาม เขามองว่าสหรัฐฯ กำลัง “เดินหน้า” ด้วยแนวทางการเข้าซื้อแบบไม่กระทบงบประมาณหลัก และการผลักดัน Bitcoin Act  นักวิจัยจาก Galaxy Digital คาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่สหรัฐฯ จะจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ดังกล่าวได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ข้อมูลจาก Bitbo ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin อยู่ 198,012 BTC ซึ่งเป็นรัฐที่มีจำนวนการถือครองมากที่สุดในโลก  Mow ยังกล่าวอีกว่า ภูมิภาคลาตินอเมริกา จะเป็นพื้นที่ที่น่าจับตาที่สุดสำหรับการยอมรับและใช้งาน Bitcoin ในระดับประเทศ  ความสนใจของรัฐชาติในการถือ Bitcoin  แนวคิดเรื่องการที่รัฐบาลและธนาคารกลางถือครอง Bitcoin ได้รับความสนใจตลอดปี 2025 โดยรายงานจาก Fidelity Digital Assets เมื่อเดือนมกราคม ระบุว่า อาจเห็น “รัฐชาติ, ธนาคารกลาง, กองทุนความมั่งคั่ง และคลังของรัฐบาล” เข้าสู่การลงทุน Bitcoin เพิ่มขึ้น  Mow เคยกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเริ่มเข้าซื้อภายในปีนี้ มิเช่นนั้นอาจถูกประเทศอื่นอย่าง ปากีสถาน แซงหน้า  ราคา Bitcoin ยังไม่สะท้อนการยอมรับ  แม้มีการคาดการณ์ว่าการยอมรับ Bitcoin ระดับรัฐจะผลักดันราคาให้พุ่งสูง Mow ยอมรับว่าราคายังไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์สำหรับปี 2025 โดยระบุว่า “เราน่าจะเห็นขาขึ้นใหญ่ไปแล้ว แต่รอบนี้อาจถูกเลื่อนไปถึงปีหน้า”  ด้าน Matt Hougan CIO ของ Bitwise ก็เห็นสอดคล้อง โดยคาดว่า ปี 2026 อาจเป็นปีของขาขึ้น ขณะที่ Mow เองยังย้ำว่าราคา Bitcoin แตะ $1 ล้านนั้น เป็นเพียงเรื่องเวลา ซึ่งอาจเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้า  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวต่างประเทศประเทศไทยการยอมรับคริปโตยอมรับคริปโตการยอมรับบิทคอยน์ยอมรับ Bitcoinยอมรับ

2025-09-28อุตสาหกรรม

HYPE พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนแห่เก็งกำไร ขณะที่เหรียญ ASTER ของคู่แข่งก็ทะยานกว่า 350%- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่HYPE พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนแห่เก็งกำไร ขณะที่เหรียญ ASTER ของคู่แข่งก็ทะยานกว่า 350%เหรียญ HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid พุ่งแตะเกือบ $60 หลังบวกแรง 8% ในวันเดียว ด้าน ASTER จาก DEX คู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cz อดีต CEO Binance ก็พุ่งขึ้นกว่า 350% ภายในวันเดียว สะท้อนกระแสเก็งกำไรในตลาดคริปโตที่กำลังร้อนแรงท่ามกลางการลดดอกเบี้ยของ FED  Putawan Pulom  เหรียญ HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid พุ่งแตะเกือบ $60 หลังบวกแรง 8% ในวันเดียว ด้าน ASTER จาก DEX คู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cz อดีต CEO Binance ก็พุ่งขึ้นกว่า 350% ภายในวันเดียว สะท้อนกระแสเก็งกำไรในตลาดคริปโตที่กำลังร้อนแรงท่ามกลางการลดดอกเบี้ยของ FED  เหรียญ HYPE ของ Hyperliquid ซึ่งเป็น DEX (Decentralized Exchange) สำหรับซื้อขายสัญญาอนุพันธ์คริปโต ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับราคา $59.29 ในวันพฤหัสบดีนี้ มูลค่าตลาดรวมเกือบแตะ $1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยราคาพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แซงหน้าคริปโตหัวแถวอย่าง Bitcoin, Ethereum และ XRP  Arthur Hayes ผู้ก่อตั้ง BitMEX เรียกกระแสในครั้งนี้ว่าเป็น “All-Time Hype” พร้อมย้ำมุมมองก่อนหน้านี้ว่ามีโอกาสที่ HYPE จะพุ่งขึ้นได้อีกกว่า 100 เท่า หากปริมาณการใช้ Stablecoin ขยายตัวตามที่เขาคาดการณ์  เหรียญ HYPE ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ ( ที่มา : Nansen )นักลงทุนแห่เปิด Long  ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า มีเทรดเดอร์รายหนึ่งถือสัญญา Long HYPE มูลค่า $30 ล้าน และมีกำไรที่ยังไม่ปิดสถานะทะลุ $1.39 ล้านแล้ว แต่ก็ยังคงทยอยซื้อเพิ่มทุก ๆ 30 วินาที  ในบรรดาเหรียญใหญ่ 40 อันดับแรก HYPE เป็นหนึ่งในเหรียญที่ทำผลงานดีที่สุดภายในวันนี้ ซึ่งเป็นรองเพียง Avalanche ที่บวก 9.5%  CZ ชู ASTER คู่แข่งตรง Hyperliquid  ก่อน HYPE จะขึ้นจุดสูงสุดไม่กี่ชั่วโมง Changpeng Zhao หรือ “CZ” อดีต CEO และผู้ก่อตั้งของ Binance กระดานเทรดที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ได้ออกมาโพสต์กราฟของ ASTER ซึ่งเป็นเหรียญของแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตคู่แข่งของ Hyperliquid  ( ที่มา : cz_binance )  ASTER เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก YZi Labs (อดีต Binance Labs) และ PancakeSwap ปัจจุบันราคาทะยานแล้วกว่า 350% แตะ $0.50 หลังเพิ่งเปิดการซื้อขายในวันพุธที่ผ่านมา  ผู้ก่อตั้ง Hunters of Web3 แสดงความเห็นว่า “CZ ไม่ค่อยแชร์กราฟบ่อยนัก แต่เขาเลือกโพสต์ ASTER เพราะนี่คือคู่แข่งตรงของ Hyperliquid ที่กำลังแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Binance”  แม้ Hyperliquid จะเริ่มแย่งส่วนแบ่งปริมาณการซื้อขายของ Binance แต่ข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่ายังมีช่องว่างอีกมาก โดยปัจจุบัน Hyperliquid มีปริมาณซื้อขายราว $790 ล้านต่อวัน ขณะที่ Binance ยังคงนำห่างด้วยปริมาณกว่า $3.4 หมื่นล้าน  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam

2025-09-18Defi

Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  Putawan Pulom  รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  แม้ราคาของ Ether (ETH) จะพุ่งขึ้นกว่า 240% ตั้งแต่เดือนเมษายน และแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 4,957 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม แต่รายได้ของเครือข่าย Ethereum ในเดือนเดียวกันกลับร่วงลงอย่างหนัก โดยตามข้อมูลจาก Token Terminal รายได้รวมเดือนสิงหาคมอยู่ที่เพียง 14.1 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนกรกฎาคมที่ 25.6 ล้านดอลลาร์ หรือหดตัวลง7ถึง 44%  นอกจากนั้น ค่าธรรมเนียมของเครือข่าย (Network Fees) ก็ลดลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 49.6 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม เหลือเพียง 39.7 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม คิดเป็นการลดลงราว 20% ต่อเดือน ปัจจัยหลักมาจากการอัปเกรด Dencun ในเดือนมีนาคม 2024 ที่ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมของเครือข่ายเลเยอร์ 2 ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมโดยรวมบน Ethereum ลดลงตามไปด้วย  รายได้รายเดือนของ Ethereum ( ที่มา : Token Terminal )  นักวิจารณ์บางรายชี้ว่า การที่ค่าธรรมเนียมและรายได้ของเครือข่ายลดลงต่อเนื่องเป็นสัญญาณของ “ปัจจัยพื้นฐานที่ไม่ยั่งยืน” ของ Ethereum ขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่า นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสร้างระบบการเงินแห่งอนาคตที่มีต้นทุนต่ำและขยายตัวได้จริง  Wall Street เริ่มจับตา Ethereum  ท่ามกลางข้อถกเถียง Ethereum ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงิน โดยปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่หลายบริษัทมหาชนและกองทุนสถาบันเริ่มหันมาใช้ ETH ในฐานะสินทรัพย์สำรอง (Treasury Asset) และแสดงความสนใจในการทำ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทน  บริษัทประชาสัมพันธ์ Etherealize ประกาศว่าได้ระดมทุนถึง 40 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน เพื่อผลักดันการยอมรับ Ethereum ในกลุ่มบริษัทมหาชน ขณะที่ Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise อธิบายว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ETH ก็สามารถสร้างรายได้แบบ “บริษัทที่มีผลกำไร” ได้เช่นกัน  “ถ้าคุณนำ ETH มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ไป Stake ในเครือข่าย คุณจะเริ่มสร้างผลตอบแทนได้ทันที และนั่นคือสิ่งที่นักลงทุนคุ้นเคยจากบริษัทดั้งเดิม” Hougan กล่าว  แม้รายได้และค่าธรรมเนียมเครือข่ายจะลดลง แต่การที่สถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ที่ช่วยให้ Ethereum ยังคงยืนหยัดในฐานะเสาหลักของโลกการเงินดิจิทัลในอนาคต  อ้างอิง : Cointelegraph  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

2025-09-08Defi

กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  ข้อมูลจาก Farside ระบุว่า ในสัปดาห์ที่เพิ่งสิ้นสุดลง กองทุน Ether ETF มีเงินไหลออกสุทธิรวม 787.6 ล้านดอลลาร์ โดยเพียงวันศุกร์วันเดียวก็มีการไถ่ถอนสูงถึง 446.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Bitcoin ETF กลับตรงข้าม มีเงินไหลเข้าสุทธิ 250.3 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน  นักลงทุนยังคาดหวังเงินทุนกลับมา  แม้จะเจอแรงขายต่อเนื่อง แต่เทรดเดอร์คริปโตที่รู้จักกันในชื่อ Ted มองว่า กระแสเงินลงทุนจะกลับมาอีกครั้งหากราคา ETH ยังต้องการปรับตัวขึ้นต่อ  ราคาของ Ether ล่าสุดอยู่ที่ 4,301 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 2.9% ในรอบสัปดาห์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ขณะที่ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังคงแสดงค่า “Neutral” บ่งชี้ว่านักลงทุนยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง  Ether ขยับขึ้นส 16.35% ภายในระยะ 1 เดือนทีผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )ผู้เชี่ยวชาญยังคงมั่นใจเป้า $60,000  ด้าน Tom Lee ประธาน BitMine ยังคงย้ำเป้าระยะยาวว่า ETH อาจไปได้ถึง $60,000 โดยเปรียบว่าความสนใจจากวอลล์สตรีทต่อ Ethereum อาจกำลังกลายเป็นเหมือนปี 1971 ที่เปลี่ยนโฉมการเงินโลกไปตลอดกาล  ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก StrategicETHReserve ชี้ว่า บริษัทที่ถือ ETH ในลักษณะ Treasury ปัจจุบันถือครองเหรียญรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 1.549 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็น 2.97% ของเหรียญทั้งหมดในระบบ โดยบริษัท BitMine ถือครองมากที่สุดกว่า 8.04 พันล้านดอลลาร์  นอกจากนี้ แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Santiment ยังเปิดเผยว่า กลุ่มวาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) ได้เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นกว่า 14% ในรอบ 5 เดือน หลังจาก ETH ลงไปทำจุดต่ำสุดรายปีในเดือนเมษายน  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวการลงทุนการลงทุนนักลงทุนสถาบันนักลงทุนรายใหญ่นักลงทุนลงทุนขุดเหมืองคริปโตกลยุทธ์การลงทุนEthereum ETFEther ETFEtheruemEthereum Futuresข่าว eth

2025-09-06อุตสาหกรรม

วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Putawan Pulom  วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Ethereum (ETH) กำลังได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวของวาฬ หลังข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ Santiment พบว่า วาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นถึง 14% นับตั้งแต่ระดับราคาต่ำสุดในรอบปีที่ $1,472 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  ขณะนี้ ETH ซื้อขายอยู่ที่ $4,400 เพิ่มขึ้นเกือบ 200% จากจุดต่ำสุดเมื่อต้นปี ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการสะสมต่อเนื่องของวาฬคือสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาว  วาฬบางรายพลาดจังหวะ แต่กระแสสะสมยังแข็งแรง  แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าซื้อเพิ่ม แต่ก็มีวาฬบางรายที่ขายออกใกล้จุดต่ำสุด ก่อนต้องกลับมาซื้อคืนที่ราคาสูงกว่าเดิม ตัวอย่างเช่นกระเป๋าหนึ่งที่ขาย 2,522 ETH ไปเมื่อราคาอยู่ราว $1,570 ในเดือนเมษายน ก่อนจะกลับมาซื้อ 1,425 ETH ในเดือนพฤษภาคมที่ระดับราคาที่แพงขึ้น  วาฬ Ether เก็บสะสมเพิ่มกว่า 5.54 ล้าน ETH นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ( ที่มา : Santiment )  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาคือ กระแสเงินทุนจากกองทุน ETF และบริษัทที่กำลังจัดตั้ง “ETH Treasury” ซึ่งเริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ปัจจุบันสองบริษัทที่ถือครอง ETH มากที่สุดคือ BitMine (ถือครองมูลค่า $8.22 พันล้าน) และ Sharplink Gaming (ถือครอง $3.69 พันล้าน) รวมกันแล้วถือครองเกือบ 3% ของอุปทานทั้งหมด  เป้าหมาย $15,000 ภายในสิ้นปี?  การกลับมายืนเหนือจุดสูงสุดของปี 2021 ที่ระดับ $4,878 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ได้สร้างความมั่นใจใหม่ให้กับนักลงทุน โดย Sean Farrell หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Fundstrat ประเมินว่า ETH อาจไปถึง $12,000–$15,000 ได้ภายในสิ้นปีนี้ หากกระแสสะสมจากวาฬและสถาบันยังคงดำเนินต่อ  แต่ก็มีมุมมองตรงข้ามเช่นกัน นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าในที่สุดความสนใจหลักจะกลับไปที่ Bitcoin อีกครั้ง โดยข้อมูลจาก Arkham ชี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้กองทุน ETF พบการไหลออกของ ETH มูลค่า $135 ล้าน แต่กลับพบการไหลเข้าใน BTC มูลค่า $332 ล้าน แทน  แม้การสะสมเหรียญของวาฬจะส่งสัญญาณบวกต่อ Ethereum แต่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเงินทุนสถาบันอาจหันกลับไปโฟกัสที่ Bitcoin อีกครั้ง  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  Ethereum ETFEther ETFEtheruemEthereum FuturesEthereum Blockchainข่าว ethEthereum Networkเหรียญ ethลงทุน ethทิศทาง eth  ข่าวต่อไป

2025-09-04Ethereum
1
...
2022
...
1000